สินค้าในร้าน 7-11

เคยมีหุ้น cpall แล้วก็ไม่มีเป็นชาติแล้ว และก็คงจะไม่ได้ซื้ออีก แต่ช่วงหลังๆเข้า 7-11 บ่อยวันนี้ไม่ได้จะมาพูดตัวหุ้นแต่อยากชวนคุยเกี่ยวกับสินค้าในร้าน cpall   ผมไม่ได้ตามว่าที่หุ้น 7-11 ขึ้นมาทุกวันนี้เพราะอะไร แต่ผมลองเข้าไปซื้อสินค้าในร้านเขาแล้วก็ มีความเห็นในฐานะผู้บริโภคดังนี้

 1.ผมชอบกินแซนวิชที่อบชิ้นละ 22 บาท รสที่ชอบกินก็คือ หมูหยองน้ำสลัด ผมคิดว่าสินค้าชิ้นนี้ก็มีจุดขายเหมือนกันในแง่ที่ว่า สมมุติผมจะไปกินแซนวิชในห้าง สมมุติว่าผมเข้าไปที่ร้าน s&P แซนวิชชุดนึงก็เกือบร้อยผมมาซื้อใน 7-11 ไม่ดีกว่าเหรอ 2 ชิ้นก็ 44 บาทเอง แต่ในมุมกลับกันถ้าซื้อมาทำเองต้นทุนคงไม่เกิน 10 บาทต่อชิ้น แต่ประเด็นคือผมไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น

2.เกี๋ยวซ่าของ oishi ในร้าน 7-11 ก็เป็นสินค้าที่ผมกินบ่อย ถ้าผมจำไม่ผิดราคาน่าจะ 29 บาท มีประมาณ 5 ชิ้นผมว่าก็เป็นสินค้าที่ใช้ได้เหมือนกัน อร่อยดีผมชอบน้ำจิ้มของเขา

3.แฮมเบอร์เกอร์สเต็กไก่ เนื้อไก่ละเหมือนๆ chester grill กินแล้วชอบเนื้อไก่แต่ขนมปังรู้สึกเกรดมันต่ำๆยังไงไม่รู้

4.หมูสะเต๊ะ อันนี้เพิ่งลองกินเนื้อหมูก็นุ่มดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนซื้อเยอะไหมเพราะว่า ตามร้านอาหารน่าจะขาย หมูสะเต๊ะ ไม้ละไม่เกิน 3 บาท (มั้ง)แต่อันนี้มี 6 ชิ้น ชิ้นนึงก็กินไม่ค่อยจุใจราคาจำไม่ได้น่าจะ 25 บาทมั้งถ้าผมเป็นหน่ม สาว โรงงาน ผมว่าซื้อแล้วไม่คุ้มนะ

5.ข้าวเหนียว หมูปิ๊ง กับข้าวเหนียวไก่ทอด ผมชอบตรงที่ข้าวเหนียวนุ่มมาก ไม่รู้ทำยังไงให้นุ่มขนาดนี้แต่ประเด็นก็คือว่า เนื้อหมูและไก่น้อยเมื่อเทียบกับปริมาณข้าวเหนียว ทำให้กินแล้วมักจะเหลือข้าวเหนียว ผมว่าซื้อเก็บไว้ที่บ้านก็โอเคเผื่อบางทีหิวๆก็กินได้ แต่ถ้าเป็นคนโรงงาน กินแบบนี้ไม่อิ่มหรอก ราคา 20 กว่าบาทได้มั้ง ถ้าผมรายได้ต่ำผมก็ไปกินข้าวแกงแทนนะ  อิ่มทองเหมือนกัน

6.เกี๊ยวกุ้งของ cpf ที่ขายใน 7-11 ผมว่าอร่อย แต่ผมว่าก็แพงอีกนั้นแหละ เพราะว่าจ่ายไปประมาณ 45-55แต่มีเกี๊ยวกี่ตัวนะ 5 ชิ้นปะ ไม่แน่ใจ แต่คุ้นๆว่าบะมี่เกี๊ยวกุ้งประมาณ 50 กว่าบาทมีเกี๊ยวแค่ 3 ตัวเองอะผมว่าแพงไปนะ แต่ว่ากุ้งตัวใหญ่ดีผมชอบ

 สรุปว่าผมก็ไม่รู้ว่าสินค้าพวกนี้ประสบความสำเร็จแค่ไหนแต่คิดว่าหลายตัว margin สูงมาก

ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุให้ 7-11 กำไรดีหรือเปล่า แต่ผมก็ยังงงว่า คนที่ซื้อของพวกนี้คงเป็นชนชั้นกลางขึ้นไปหรือเปล่า พวกไฮโซติดหรูก็คงไม่กินอีกนั้นแหละ คนจนก็บอกไม่คุ้มกินข้าวแกงดีกว่า ไม่รู้ใครมีความเห็นว่าไงบ้าง

21 ความเห็น »

  1. Renne said

    ส่วนนึงที่กำไรมันดี เพราะวัตถุดิบทางcpก็เป็นคนผลิตเองด้วยเลยทำให้ต้นทุนไม่สูงกระมังครับ ไม่เหมือนพ่อค้าแม่ค้า ต้องไำปซื้อวัตถุดิบมาปรุงเองอีกต่อ เผลอๆต้นทุนเขาถูกกว่าเราซื้อมาทำเองอีก ใช้ 7-11 เป็นที่ระบายสินค้าแบบนี้ ทำให้ความผันผวนลดลงด้วย (เล่นจับเอามาทำขายซะเองเลย ความเสี่ยงวัตถุดิบล้นstockคงยากละ เพราะก็คงมีการประเมินตลอดอยู่แล้วว่าเฉลี่ยขายได้เท่าไหร่) อีกอย่างผมว่าแบรนมันติดเข้าไปในใจเหมือนปลูกฝังล้างสมองกันมาระดับนึงละ เห็นร้านตั้งข้างๆกัน เดินเข้า 7-11 ก่อนเลย :D

    พอพูดถึงcpallทีไร ผมก็พาลนึกถึงcpfทุกที สมัยที่cpfงบยังไม่สวยมากนัก ผมเคยถามพี่ผมที่เคยทำงานในcpเขาเองยังบอกเลยว่า ตัวฟันกำไรจริงๆcpfก็ใช่ย่อย ไม่น้อยหน้า 7-11 หรอก งบบางทีมันก็แต่งกันได้ เพราะผลิตเอง ชงเอง ตบเอง ขายเอง ฟังหูไว้หูนะครับ เสียงลือเสียงเล่าอ้่างฮา แต่เพราะรู้มาแบบนีี้ ตอนนั้นผมก็เลยปันใจแบ่งเงินส่วนนึงไปซื้อcpfไว้ ประกอบกับตอนนี้เศรษฐกิจมันฟื้น มีตัวระบายสินค้า ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูงขึ้น cp freshmartที่ท่าจะไปได้สวยอีก ราคามันเลยขึ้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันกระมัง

    ————————————
    ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุให้ 7-11 กำไรดีหรือเปล่า แต่ผมก็ยังงงว่า คนที่ซื้อของพวกนี้คงเป็นชนชั้นกลางขึ้นไปหรือเปล่า พวกไฮโซติดหรูก็คงไม่กินอีกนั้นแหละ คนจนก็บอกไม่คุ้มกินข้าวแกงดีกว่า ไม่รู้ใครมีความเห็นว่าไงบ้าง

    = ผมเห็นด้วยครับ จริงๆตอนนี้สินค้าที่คิดว่าทำกำไรให้ cp จริงๆ น่าจะมาจากพวกนี้มากกว่าพวกสินค้าขนม เครื่องดื่มอื่นๆที่วางขายในแผงเสียอีก ฟันกำไรได้ตั้งแต่ไก่ฟักออกมาจากไข่ที่โรงงานผลิตแล้ว อย่างเอาแค่อาหารกล่องแช่แข็ง พี่แกขายได้เดือนละ 4-5 ล้านกว่ากล่อง (ตีราคาเฉลี่ยกล่องละ 35 เพราะราคาวิ่งราวๆ 30-40 ก็ได้เงินมา 175 ล้านแล้ว ถ้าหักต้นทุนออกไป ผมก็เชื่อว่า กำไรต่อเดือนน่าจะราวๆ 70-80ล้านอย่างน้อยๆแล้ว :)
    ————————————-

  2. champst said

    ในมุมมองของคน ตจว นะครับ 7-11 ที่ผมดู คือเข ฉะเชิงเทรา เขตสมุทรสงคราบ้านเกิด จับกลุ่มชนชั้นล่าง และชนชั้นกลางครับ เราอาจคิดว่า ของบางอย่าแพงไปสำหรับคนโรงงานแต่เชื่อไหมครับ ผมเลิกงานลงไปค่ำๆทีไร ถ้าพวกเลิกงานจากโรงงานออกกะมา คนเต็มร้าน 7-11 เลย แต่เพราะการจับกลุ่มระดับล่างแน่นอน ของที่ขายได้จึงไม่ใช้สินค้าราคาแพงพวก ลูกชิ้น ซาลาเปา อาหารกิ่งสำเร็จรุป ที่ขายได้จะเป็นพวก ขนมขบเคี้ยว โซดา น้ำแข็ง เครื่องดื่นชูกำลัง นม ครับ และโปรโมชั่นสะแตม เป้นโปรโมชั่นที่ใช้ได้ผมดีจริงๆ เห้นคนแถวหอสะสมแลกของกันจริงจังมากเลย คนเข้าไปซื้อของ 7-11 เพิ่มเอยะ แบบซื้อน้อยไม่ได้ พวกสาวโรงงานจะบอกอีกนิดก้ได้สแตมแล้ว รึไปดูว่าซื้ออะไรได้สแตมมากๆ

  3. densin said

    ถ้าคิดว่าอาหาร 7-11แพงแล้ว
    ลองดูร้าน CPFreshmart แพงกว่าอีก -_-#

    CP อาหารมันสะอาด อร่อยใช้ได้
    แม้แพงถ้าเทียบว่าเราไม่ได้เข้าร้านอาหารใช้บริการห้องแอร์/โต๊ะ/เก้าอี้ของร้าน
    แต่ก็แลกมาด้วยความสะดวกไง หละ
    ยิ่งเราขี้เกียจมาก ก็ยอมจ่ายได้มาก เพื่อแลกความสะดวก

    ถ้าขยันก็เดินไปกินข้าวร้านดีๆหน่อย อาหารอร่อยกว่า สุขภาพดีกว่า

  4. champst said

    ถ้าแนวคิดหมากล้อม(GO) ที่อาจารย์ก่อศักดิ์ชอบ มาอธิบาย มุมมองผมว่าหมากกระดาน 7-11 นี้มาถึงกลางกระดานแล้ว

    เริ่มต้นจากวางโครงสร้าง ล้อมมุม สร้างร้าน 7-11 กระจายไปในที่ต่างๆที่มีโอกาสจับจองพื้นที่ก่อนคือการเปิดเกมส์ ที่มุม

    ที่ไหนสำคัญ ยอดขายดี มีคู่แข่งไม่มากก็เร่งทำการต่อหมาก สร้าง 7-11 แห่งที่ 2 อีกเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้พื้นที่ที่ล้อมไว้ เรียกว่าเพิ่มชีพจร และเริ่มขยายออกข้างกระดาน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการเปิด 7-11 ตัดยอดกันมุมมองผุ้จัดการเจ้าของร้านเสียเปรียบ แต่เข้าของจริงๆได้ประโยชน์ ถ้ารับได้ก็ร่วมธุรกิจกันไป “ร้าน 7-11 เหมือนหมากในกระดาน”

    จากนั้นก็ใช้ความได้เปรียบจากฐานร้าน 7-11 ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก และมีสาขามาก รุกเข้าสู่กลางกระดาน เพียงแต่หมากเกมส์หรือสงครามนี้ คู่แข่งยังห่างชั้นจากอาจารย์เยอะเลยถูกล้อมทุกด้านไล่พื้นที่ตามไม่ทัน 7-11 จำนวนมากครอบคลุมลุกค้าเกือบทุกพื้นที่เปิดใกล้กันตัดยอดกันบ้างก็ไม่เสียหายเพราะไมได้ลงทุนเองทั้งหมดแต่มีความเหนียวแนนของลุกค้าเลือกสาขาที่ใกล้ที่สุดแบบไม่ต้องข้ามถนน โอกาสร้านสะดวกซื้อที่เปิดใหม่ลักษณะเดียวกับ 7-11 ไม่ว่าจะไปวางหมากลงตรงไหนก็ล้วนแต่อยู่ในวงล้อมของ 7-11 อยู่ยาก

    ธรรมชาติของหมากล้อม ทุกๆหมากที่ดีที่สุดที่เดินลงไปจะลดคุณค่าในการหาพื้นที่ไปเรื่อยๆ ยิ่งขยายสาขามาก ได้พื้นที่มากขึ้นรูปหมากแข็งแรงขึ้น หมากใหม่ๆหรือร้านที่เปิดหลังๆก็จะได้มีประโยชน์น้อยลงเท่านั้น ตัดกันเอง แต่ 7-11 ก็ยังได้อยู่ดี เห้อ

    การเติบโตใหม่ๆ ของ 7-11 จึงน่าจะมาจากการผลักสินค้าที่มีกำไรเยอะๆลงไปซึ่งก็ไม่ง่ายนัก อิอิ แถมลดต้นทุนค่าสนใจ ต่อรองเรียกรายได้จากสินค้าที่วางในร้าน ผมยังอ่อนนักยังไม่มีระดับ ดั้ง แบบอาจารญืเลยคิดออกแค่นี้ 555

    • densin said

      ไม่รู้ว่าการขยายร้าน 7-11 เป็นสองห้องแถว ได้มากจากการสร้าง “สองห้อง” ในหมากล้อมหรือไม่ :P

  5. hongvalue said

    โห ลึกจังเลยเรื่องหมากล้อม
    คนเก่งถ้าดีกับผู้ถือหุ้นและซื่อสัตย์เนี้ยก็ดีจริงๆนะ
    แต่ถ้าไม่ขึ้นมาก็ซวย

    ดูๆไปแล้ว 7-11 นี้ great stock จริงๆ
    (ไม่มีหุ้นนะ)

  6. hongvalue said

    น้อง renne เล่นหุ้นกลุ่มไหนบ้างครับ เล่าให้ฟังหน่อยสิ

  7. Renne said

    ตัวที่ดูจริงๆ ไม่พ้นITกัีบพลังงานน่ะครับModern Tradeมีดูบ้าง แต่ไ่ม่ค่อยได้ทุ่มสนใจถ้ามันไม่สะดุดตาหรือมีเหตุให้สนใจจริงๆน่ะครับ ส่วนนึงเพราะโบรกเขาก็วิเคราะห์กันจนปรุหมดแล้ว ถ้ามันไม่มีเหตุให้สนใจจริงๆผมจะแทบไม่เข้าไปยุ่งเลย

    แต่ในบางครั้งบางตัวที่เขาดูกันปรุๆ ผมก็มีซื้อเข้าportเพิ่มเหมือนกันแบบพี่เทพ(PTTEP) ที่จริงๆว่าจะเก็บอยู่แล้ว (แต่ตอน 90 บาทผมไปซื้อตัวอื่นแทน)

    1. ซื้อหลังจากช่วงมีข่าวไฟไหม้ที่มอนเทร่า(สองเดือนก่อน) ตอนนั้นไม่ได้ซื้อทันทีที่มีข่าวหลุมblow out เพราะกะจะรอให้ตลาดreactกับข่าวการเมืองด้วยน่ะครับ ได้ีมา 130 ต้นๆ (มีข่าวมาบตาพุดมาอีก อันนี้ผมไม่ได้คิดถึงเลย) จะบอกว่าเล่นข่าวอันนี้ยอมรับครับ ผมเป็นประเภทชอบรอข่าวร้าย ซึ่งไม่ร้ายจริง เพราะไม่ค่อยส่งผลกับบริษัทมากนัก แต่คนภายนอกอาจจะมองว่ามันแรง อย่างหลุมblow out พอไฟไหม้ แน่นอนครับ มันต้องมีจ่ายค่าใช้จ่ายจิปาถะ จ่ายทางสิ่งแวดล้อม บูรณะ วัตถุดิบ(น้ำมัน แก๊ส)ที่หายไป เผลอๆซวยมากๆอาจจะต้องปิดหลุม แต่ในส่วนนี้ การขุดเจาะน้ำมันจะมีการทำประกันหลุมไว้ครับ ซึ่งค่ายใช้จ่ายความเสียหายส่วนใหญ่ ประกันจ่าย(คิดว่าไม่น่าจะทั้งหมด แต่คิิดว่าน่าจะเยอะอยู่ครับ ตรงนี้ผมหาข้อมูลไม่ได้) แปลกใจตรงที่ เท่าๆที่อ่านที่โบรกวิเคราะห์ ไหงไม่จับเอาตรงนี้มาช่วยประมูลมูลค่าความเสียหายที่ลดลงด้วย

    2. January effect (หรือจะFebก็แล้วแต่) อันนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่คิดว่าถ้าซื้อแล้วมีโอกาสเห็นหุ้นเขียวเยอะๆคงเป็นความรู้สึกดี เพราะยังไงกะถือยาวหลายปีอยู่แล้ว (ปรกติหุ้นในพอร์ตผม พอหาจังหวะซื้อได้ ถือยาว แทบไม่ค่อยขายน่ะครับ ถ้ามันไม่ขึ้นจนน่าเกลียดจริงๆ)

    3. ประเด็นหลักๆของผม จริงๆมันคือการถือยาว กับดูเทรนพลังงานในประเทศน่ะครับ คือถ้าให้พูดยาวมากครับ แต่ผมscopeสั้นๆประมาณนี้ละกัน

    - ปตท ตอนนี้ถ้าให้ผมมอง น่าจะอยู่ในช่วงเริ่มโตระดับหนึ่งน่ะครับ (ในสายตาผมนะครับ) คือหลายคนอาจจะมองว่ามันโตมาเยอะแล้ว(จาก par 10 บาท แตกไปแตกมาจนพาร์ละบาท แล้วหุ้นราคาเป็นร้อย) ผมเชื่อว่ามันโตได้อีก ส่วนหนึ่งถ้าสังเกตนโยบาย ปตท ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ากว้านซื้อแปลงสัมปทานต่างประเทศไว้ค่อนข้างเยอะมาก ต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อน น้ำมันค่อนข้างหายาก (ไม่มีแล้ว ไอ้ที่ซึมมาให้เห็นบนดิน หรือเจาะติ้นๆก็เจอแหล่งใหญ่มโหฬาร หายากครับ) ปตท เลยอาศัยวิธีการซื้อแปลงสัมปทาน ในหลายบริเวณที่คนอื่น(บริษัทอื่น)อาจจะมองว่าศักยภาพน้อย ไม่มีน้ำมัน หรือซับซ้อนที่จะสำรวจ แต่ ปตท คิดว่ามีศักยภาพ (ไอ้กว้านซื้อสัมปทานในหลายๆประเทศแบบนี้ Chevron BP ในอดีตทำมาแล้วครับ) ผมมองว่าช่วงนี้น่าจะเรียกว่าช่วงตุนของ(ผมใช้ศัพท์พื้นๆละักันครับเหอๆ ไม่รู้ใช้คำว่าอะไร) ซื้อๆมาก่อน ไว้สำรวจละเอียดที่หลัง ซึ่งปัจจุบันก็ได้เริ่มมีการสำรวจพื้นที่สัมปทานในหลายๆที่ไปบ้างแล้ว โชคไม่ดีนิดๆเพราะมีหลายที่ปริมาณน้ำมันค่อนข้างน้อย แต่สำหรับผมมันเป็นข่าวดี เพราะทำให้มันไม่มีโอกาสทำกำไรก้าวกระโดด

    โดยปรกติในด้านการขุดเจาะัน้ำมัน ต่อให้มีเครื่องมือที่ทันสมัยขนาดไหน ไฮเทคขนาดไหน ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอนครับว่ามีน้ำมันจริงไหม หรือถ้ามีมีเยอะจริงหรือเปล่า ฉะนั้นหลายบริษัทใหญ่ๆของโลก(ก็ไอ้สองเจ้าบนนั่นแหละครับ)ใช้วิธีกว้านซื้อ ถ้าในพื้นที่ที่คิดว่ามีศักยภาพ ปรากฏว่าพอไปตรวจสอบแล้วมันมีจริงๆ คุ้มที่ที่จะพัฒนาได้ ผลตอบแทนที่ได้ก็จะสูงคุ้มทุนกับความเสี่ยงที่ลงทุนไป (การขุดเจาะหรือการสำรวจแต่ละที ใช้ค่าใช้จ่ายวันนึงหลายร้อย ล้านครับ) ถามว่าทำไมถึงไปซื้อที่ที่คนคิดว่าไม่มีศักยภาพ ผมคงจะตอบว่า ที่ที่คิดว่าหาน้ำมันได้ง่ายๆ มันถูกเจาะไปหมดแล้ว และเครื่องมืออุปกรณ์ก้าวหน้าขึ้น ทำให้มีโอกาสสำรวจพบได้มากขึ้น (เอาง่ายๆ อ่าวไทยบริเวณแปลงเอราวัณหรือเบญจมาศ ผมไม่แน่ใจ ที่เขาคิดว่ามีแหล่งน้ำมันกระเปาะเล็กๆนิดเดียว(การสำรวจช่วงปี 1982) คิดว่าหมดช่วงปัี2000ต้นๆ สำรวจไปสำรวจมา จริงๆมีเยอะกว่านั้นมาก) ถ้าให้ผมมอง มันเหมือนกับตอนนี้ ปตท เอากล่องของขวัญที่ตุนๆไว้ มาไล่เปิดดูทีละกล่องน่ะครับ ถ้ากล่องไหนสักกล่องที่ซานต้าให้มันมีตุ๊กตาอยู่ละก็ jackpot ก็แตก การเจอแหล่งน้ำมันแหล่งนึงที่มีศักยภาพคุ้มทุนการผลิต ผมเชื่อว่าทำให้มูลค่าของ ปตท เพิ่มขึ้นอีกเยอะครับ โดยเฉพาะถ้าเจอแหล่งน้ำมัน (อ่าวไทยของเรา ซึ่งเป็นแหล่งหลักมีแต่แก๊สครับ แก๊สสัก 85% น้ำมันสัก 15% ไอ้ที่น้ำมันเยอะๆฝั่งกัมพูชา เอาแค่ราคาแก๊ส NGV กับน้ำมัน คงไม่ต้องเทียบราคานะครับ ฮา)

    - จากข้างบน เหตุผลสนับสนุนความน่าสนใจคือ น้ำมันมันมีแต่ราคาขึ้น (เพราะมันผ่านช่วงราคาตกต่ำไปช่วงนึงแล้ว และถ้าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นจริง ราคาน้ำมันขยับแน่ ประกอบกับจังหวะัที่ผมซื้อ เข้าฤดูหนาว อาศัยความคุ้ม ถ้ามีคนเล่นข่าว(ที่มีการเล่นเป็นประจำ) ว่าช่วงฤดูหนา่วมีการใช้่น้ำมันเยอะ ผมได้ผลอีกหลายต่อ แต่ประเด็นหลังถือเป็นผลพลอยได้ครับ

    - โอกาสเจอน้ำมันแหล่งใหญ่ๆ ถ้าเอาจากประสบการณ์ ความคิดส่วนตัวผม ผมว่ามีโอกาสเจอสูง(เผลอๆอาจจะปีหน้าหรือเร็วๆนี้) แต่เนื่องจากผมไม่ได้ทำงานที่ ปตท ไม่มี line seismic wave, well log เลยไม่รู้ข้อมูลเชิงลึก ถ้ามีผมคงเอามาแปลเองแล้วดูว่ามีโอกาสมีน้ำมันมากหรือน้อยขนาดไหนไปแล้วฮา (ชั่งน้ำหนักเอาเองเลยว่างั้น เรียกว่าร้อนวิชาก็ได้ครับ:P) แต่ในส่วนแปลงสัมปทาน Hassi Bir Rekaiz ที่อัลจีเรีย ผมเชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะมีน้ำมัน เพราะก่อน ปตท จะร่วมลงทุนกับ CNOOC ปตทได้ไปสำรวจคร่าวๆกับPetro VietnamและSonatrachมาก่อนแล้วครับ ถ้ามันไม่มี หรือไม่น่าสนใจ ผมเชื่อว่าเขาคงไม่ไปร่วมลงทุนอย่างละครึ่ง (50:50) กับ CNOOC หรอก (Sonatrachก็บริษัทน้ำมันของอัลจีเรีย คิดว่าเขาคงจะหวังให้ ปตท มาลงทุนขุดเจาะ เพื่อจะได้มีน้ำมันส่งไปขายให้ภายในประเทศเขา หรือประเทศรอบข้าง)

    - จากข้างบน ถ้าซวยสุดๆ ยังไม่มีก็ยังมีที่สำรองอื่นๆ เอาใกล้ๆบ้านก็แปลงสัมปทานที่ได้ร่วมกับมาเลเซีย ได้ต่อสัญญาอีก 3 ปี เพื่อให้สำรวจในบริเวณที่มีความเสี่ยง(ที่จะไม่เจอน้ำมัน)สูง

    - ไม่นับพื้นที่ใหม่ๆ หรือพื้นที่เดิมที่ ปตท ซื้อหุ้นเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นเจ้าใหญ่ในสัมปทานแปลงนั้นอีกนะครับ

    4.ตอนนี้ความมั่นคงทางพลังงานในไทยถือว่าต่ำครับ ถ่านหินแม่เมาะได้อีกไม่เกิน 10 ปี (อย่างเก่ง 15ปี) น้ำมัน+แก๊ส อ่าวไทย เอาพื้นที่สัมปทานปัจจุบัน(ไม่นับที่จะัได้จากทางฝั่งกัมพูชา เพราะการเมืองมันไม่อำนวย) ได้ประมาณ 15 ปี

    ถ้า ปตท อยากจะยั่งยืนละก็ ปตท มีโอกาสเดินตามแนวทางบริษัทน้ำมันใหญ่ๆ จับพลังงานด้านอื่นๆเิพิ่มเติมครับ (เชฟรอนนี่ทำทั้งพลังงานไฮโดรเจน และอื่นๆ ไม่ใช่น้ำมันอย่างเดียว) แน่นอนว่าหากินกับน้ำมันอย่างเดียวอนาคตอาจจะไม่รอด ผมเืชื่อว่าผู้บริหารมองตรงนี้เหมือนกัน แต่ถ้าจะเอาพลังงานที่ใช้เทคโนโลยีสูง ผมคิดว่าคงจะไม่ไหว ดีไม่ดี ปตท อาจจะลงไปเล่นเกี่ยวกับถ่านหินเพิ่ม (แถวอินโดยังมีแหล่งฐานหินสำรองเยอะครับ แน่นอนว่ากรณีบ้านปูก็อาจจะขยายฐานได้เหมือนกัน(ซึ่งจริงๆบ้านปูก็มีอยู่แล้วละ เหมืองในอินโด) แต่ผมมองว่า ปตท มีศักยภาพดีกว่า ซึ่งถ้าเขาหันมาัจับ ถ้ามองโมเดลบริษัทพลังงานใหญ่ๆของโลก มันเอาหมดครับ ทุกอย่างที่เป็นพลังงาน ฉะนั้นถ้าให้ผมคาดการณ์(หรือเดานั่นแหละ) ผมเชื่อว่า ปตท จะต้องมาจับครับ ถ้าพบว่าไอ้แหล่งน้ำมันมันเริ่มไม่เพียงพอ
    ————————————————————————-

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด ที่อยากจะให้เข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจน้ำมัน ไม่ใช่ว่าเจอแหล่งใหญ่แล้วจะผลิตได้เยอะ พอผลิตได้เยอะก็ขายได้มาก กำไรก็จะมากนะครับ ตัวแปรที่ควบคุมที่สำคัญจริงๆคือ “ท่อ” ครับ “ท่อ”ไม่พอ “ท่อ”น้อยไป โปรดักชั่นไม่ออกครับ :D ฉะนั้นถามว่าไอ้แหล่งเดิมๆเนี้ยะ ถ้าอยากทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นโดยไม่สำรวจเพิ่ม ทำได้ไหม ตอบเลยครับว่าทำได้ แค่เพิ่ม “ท่อ” เข้าไปเท่านั้น คุณก็จะได้วัตถุดิบที่มากขึ้นทันที (แลกกับการที่น้ำมันหมดเร็ว) ซึ่งเดียวนี้มันก็ทำบ่อย ไอ้การเจาะแบบ Horizontal well ที่ทำให้ได้น้ำมันเยอะ (เผลอๆผมกลัวว่าน้ำมันกับแก๊สบ้านเรา มันจะหมดเร็วกว่าประมาณการด้วยมั้ง)

    ————————————————————————-

    เอาแค่นี้ก่อนละกันครับพี่ มันดึก เบลอๆ อาจมีพิมพ์ผิด พิมพ์ถูกบ้าง ตรงไหนผิด ใครเป็นกูรูด้านนี้ สามารถแย้งได้นะครับ เพื่อจะได้เข้าใจถูกต้องและเผื่อผมเข้าใจผิดด้วย ส่วนด้านอื่น กับเนื้อหาลงdetail ขอละไว้ละกันพี่ มันยาว ^^”

    อาจจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากนัก เพราะในเรื่องของงบการเงิน fundflow เทคนิค ผมไม่มีเขียนเลยครับ ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยจริงๆ ส่วนนึงผมคิดว่าพี่ๆหลายคนแม่นเรื่องนี้กว่าผมเยอะ และในส่วนของผมไม่มีตัวเลขคำนวนงบการเงิน หรืออะไรที่พอจะเป็น “นัยยะ” ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดๆได้เลย ตรงนี้ขออภัยครับ +_+ บอกตรงๆ ราคาน้ำมันโลกผมก็ไม่ตามนะครับ ว่ามันขึ้นไปกี่บาท ฟังข่าวเอาคร่าวๆน่ะแหละ เพราะผมมองเป็นเทรนยาวไปเลยน่ะครับ เลยไม่ใส่ใจกับรายละเอียดหลักๆพวกนี้ ส่วนในเรื่องของงบการเงินของบริษัทพลังงาน ผมก็ไม่ได้แกะมากนัก เพราะแกะัไป ในส่วนตัวผมคิดว่า ผมไม่เห็นเทรนในอนาคตมันเท่าไหร่เลย (ส่วนของITผมก็ใช้วิํธีแนวๆนี้น่ะครับ งบไว้ดูประกอบว่าบริษัทมันโอเคแค่นั้น แล้วคาดการณ์(เดา)เทรนในอนาคตล้วนๆของธุรกิจตัวนั้นเอาเลย ถ้ามันไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือมันอาศัยการคาดการณ์(เดา)มากไป ก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ m( _ _ )m

  8. jung_oh said

    ได้ความรู้หลาย

  9. Financial Engineer said

    คนที่จะซื้อสินค้าที่ฮงว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนที่สนใจอยู่คอนโดเกรด B+ นั่นแหละ

  10. Financial Engineer said

    กลุ่มลูกค้าสำหรับสินค้าที่ฮงบอก น่าจะเป็นกลุ่มที่ชอบคอนโดเกรด B+ นะครับ

  11. pwz said

    ไม่เกี่ยวกับเซเว่นครับ แต่อยากให้คุณฮงช่วงเพิ่มลิงค์เรื่องที่เขียนไปแล้วที่ด้านขวาอะครับ(เข้าใจว่าwordpressน่าจะทำได้เหมือนblogspot) คือตอนนี้ตามอ่านทบทวนตอนแรกๆแล้วหาเรื่องที่อยากอ่านยากอะครับ ขอบคุณครับ

  12. hongvalue said

    ผมลองหาดูแล้วไม่รู้ว่าต้องกดตรงไหน

    ถ้าคุณ pwz รู้ว่าต้อง set program ยังไงก็บอกได้ครับ
    ผมจะลองทำดู แต่ผมหาไม่เจออะครับว่าต้องกดตรงไหน

  13. hongvalue said

    น้อง renne เก่งจังเลยครับ ทำงานด้านอะไรครับ
    ถ้าว่างๆช่วยมาสอนพี่เพิ่มด้วยนะ

  14. Renne said

    เทียบกับพี่ๆใน TVI หลายๆคน ผมด้อยประสบการณ์กว่าเยอะครับพี่ (ส่วนตัวผมคิดว่าน้อง kornjackit เก่งกว่าผมอีกนะครับ) ปัจจุบันงานที่ทำจะเป็นแนวๆสำรวจแร่ ไม่ก็สำรวจใต้ดินน่ะครับ(เอาศัพท์ภาษาไทยละักันนะครับ) แต่เดี๋ยวคงต่อโทน่ะครับ เพราะใจจริงผมอยากเป็นอาจา่รย์มากกว่า สายงานผมมันค่อนข้างจะกว้างน่ะครับ เพราะมันเบนไปทางแร่้ น้ำมัน ธรณีโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ดาวเทียม น้ำบาดาล หนักๆไปทางหาแหล่งมากกว่าน่ะครับ ต่างจากวิศวะบ้าง เพราะพวกนั้นเขาขุด เปิดเหมือง หรือ develop ของผมมันหาอย่างเดียว ฮา

    ในเรื่องของการแชร์ข้อมูล เต็มใจแชร์ให้ครับ :) แต่ส่วนตัวผมไม่กล้าสอนครับใครเท่าไหร่ครับ เพราะผมยังศึกษาการลงทุนขั้นต้น กลัวสอนแล้วมันจะมั่ว ฮา (งบการเงิน funflow เทคนิค ผมยังอ่านไม่ขาดสักอย่างเลยครับฮา เลยเป็๋นมวยวัด เอามาปนกันมั่วเลย) แล้วจริงๆเลยเชื่อว่ากลุ่มพลังงาน มีคนอื่นตามนอกจากผมแน่ๆ(เผลอๆในนี้อาจจะมีด้วย) แต่ถ้าเรื่องแชร์ข้อมูลให้ แล้วแลกเปลี่ยนข้อมูล ปรับความเข้าใจในเรื่องที่อาจเข้าใจผิด หรือถกประเด็นมองต่าง อันนี้ไม่มีปัญหา ยินดีครับ :) ใจจริงผมชอบนะ ถ้าถกประเด็นกันแล้วมีคนเห็นต่างจากผม ไม่ใช่ว่าผมชอบมีเรื่องนะ แต่เหมือนว่ามันมีคน recheck ให้เราอีกที เพราะมันอาจจะมีจุดที่ผมมองหลุดๆไป ส่วนตัวเวลาคุยกับกลุ่มเพื่อนนี่ ของผมมันจะแนวแปลกๆน่ะหุ้นตัวเดียวกัน แต่คนนึงต้องหาข่าวลบ หรือข้อมูลเชิงลบ ส่วนอีกคนก็หาบวกทั้งหมดมา แล้วค่อยมาเถียงกันเล่นๆ ฮา เคยทำแบบนี้แล้วมีประโยชน์มาก

    ปล. ส่วนไอ้เรื่องพี่เทพ(PTTEP) ที่พิมพ์มา ใครอ่านแล้วใช้วิจารณญาณชั่งน้ำหนักเอาก่อนนะครับ เพราะมันเป็นความเห็นของผมคนเดียว ไม่ใช่ข้อมูลในเชิง fact เท่าไหร่ ถ้าอนาคตเกิดหุ้นมันเหลือตัวละ 10 บาท ผมไม่รับผิดชอบนะ ฮา รอเวลาพิสูจน์สมมติฐานเอาครับ :)

  15. Vilage said

    คุณ Renne ครับ
    ผมไม่แน่ใจในความสามาถในการสำรวจของ ปตท เท่าไหร่
    เห็นบางที่ ปตท ขุดไม่เจอพอเลิกไปมีเจ้าอื่นขุดเจอจนพัฒนาเป็นแหล่งผลิต
    แล้วอย่างนี้ที่ไปไลซื้อไว้ มันจะคุ้มหรือวันหนึ่งเป็นร้อยๆล้าน

  16. Renne said

    ปรกติแหล่งที่ไล่ซื้อไว้จะมีการสำรวจไว้บ้างระดับนึงอยู่แล้วน่ะครับ แต่คงไม่ใช่การสำรวจละเอียดมากนัก คิดว่าคงใช้ 2-D สำรวจคร่าวๆก่อนว่ามีลักษณะที่พอจะกักเก็บแหล่งน้ำมันได้หรือเปล่า บริเวณนั้นมีชั้นหินต้นกำเนิดแหล่งน้ำมันบ้างหรือเปล่า และิือื่นๆ บางครั้งถ้าพูดว่าดวงมีส่วนก็อาจจะจริงครับ บ่อห่างกันไม่ถึง 300 เมตร ทึีนึงมีน้ำมัน อีกที่แห้งก็มี

    เข้าใจว่าการขุดเจาะมันเป็นความเสี่ยงระดับนึง แต่เป็นระดับที่น่าจะยอมรับได้ เพราะมีโอกาสที่จะสำรวจเจอมากกว่าไม่เจอ แน่นอนครับโอกาสเจาะไม่เจอนี่มันมีแน่ๆ แล้วก็มากพอสมควร ขนาดอ่าวไทยที่เราเจาะกันพรุนแล้วก็ยังมีหลายหนที่บ่อแห้งหรือมีแต่โคลน

    ผมมองว่าตรงนี้มันคือความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ต้องรับน่ะครับ แต่หากพบน้ำมันที่มีความคุ้มทุนที่จะผลิต จากการลงทุนซื้อหลายแหล่ง แจคพอตแตกสักแหล่งผมคิดว่าคุ้มครับ (ตรงนี้ขออภัยยังไม่มีตัวเลขครับ ถ้าหาได้ไว้จะหามาลง จะไ้ด้แลกเปลี่ยนกันนะครับ กำลังหาอยู่) ส่วนในบางบริเวณที่ศักยภาพไม่พอ ก็อาจจะยังไม่ทำการผลิตตอนนี้ แต่อาจจะพัฒนาตอนที่ราคาน้ำมันขึ้นมาสูงมาขายเพราะตอนนั้นอาจจะคุ้มทุน (เทคโนโลยีปัจจุบัน ขุดเจาะไม่นานมากนัก ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์น่าจะขุดเจาะเสร็จแล้วละครับ แต่ส่วนที่ใช้เวลาน่าจะเป็นการวางท่อมากกว่า)

    ขอบคุณสำหรับความเห็นต่างครับ จะได้แย้งบางประเด็นที่ผมอาจจะมองข้ามไปหรือขาดตกในเรื่องความละเอียดไป :)

    ปล. ยังมีบางส่วนที่ผมหาข้อมูลไม่ได้ว่าำกำลังการผลิตส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นของ ปตท มาจากการเพิ่มกำลังผลิตแหล่งเดิม หรือได้จากแหล่งใหม่กันแน่ ใครมีข้อมูลหรือความเห็น แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

  17. Vilage said

    ขอบคุณครับ คุณRenne สำหรับความเห็นและข้อมูล
    เท่าที่ทราบมาการขุดเจาะสำราจน้ำมันจะเริ่มจากการใช้แผนที่ภูมิศาสตร์ทางทรัพยากรจากภาพถ่ายดาวเทียม, หรืออื่นๆ เพื่อวิเคราะห์ภาพกว่างๆก่อนแล้วใช้ประสบการณ์ในการสำราวในอดีตเลือกแห่ลงที่จะเจาะ พอเลือกได้แล้วก็จะใช้หัวเจาะที่ทำจากเพรชเจาะลงไปลึกมากเป็นกิโลๆต้องใช้แท่งเจาะหลายชิ้นต่อกันไล่จากเล็กไปใหญ่จนท่อนบนๆมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นเมตรๆหลังจากนั้นจะใช้sensorหย่อนลงไปเพื่อทำprofileข้อมูลตามความลึกของแต่ละหลุมที่เจาะ แหล่งหนึ่งมักจะเจาะกันเป็นร้อยๆหลุมเพื่อเอาข้อมูลหลายๆหลุมมาทำเป็นprofileในแบบ3D โดยใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่จะใช้เป็นproduction
    ส่วนsensorที่หย่อนลงไปก็มีหลายแบบต้องใช้ประกอบกันในการวิเคราะห์เพราะแต่ละแบบให้ข้อมูลไม่เหมือนกันเท่าที่รู้ก็มีแบบวัดความต้านทานทางไฟฟา, แบบแม่เหล็ก แล้วก็แบบฉายรังสี
    ประเด็นของผมคือตอนวิเคราะห์profileมันใช้skillและประสพการณ์ของคนข้อนค่างเยอะบวกกับเทคโนโลยีทีใช้ซึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละเจ้าอาจจะทำให้ตีความไม่เหมือนกัน เช่นที่PTTEPบอกไม่มีแล้วเลิกไปปล่อยให้คนอื่นมาเจาะจนเจอแล้วตั่งProductionซะงั้น

  18. Renne said

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลและขออภัยในเรื่องที่เข้าใจผิดไปในบางส่วนครับ :)
    ——————
    เช่นที่PTTEPบอกไม่มีแล้วเลิกไปปล่อยให้คนอื่นมาเจาะจนเจอแล้วตั่งProductionซะงั้น
    = ในส่วนนี้ ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ ตรงนี้ผมเพิ่งทราบเหมือนกัน ถ้าคุณ Vilageไม่มาเสริมให้ อาจจะพลาดได้ คุณVilageพอทราบแหล่งที่ว่าหรือเปล่าครับ เผื่อมีการประชุมผู้ถือหุ้นจะได้มีประเด็นถาม เพราะผมเองก็ขาดความรู้เรื่องสัมปทาน ไม่รู้ว่าปล่อยให้่คนอื่้นมาทำ ปตท โอนสัมปทานให้คนอื่้นหรือว่าตกลงกันแบบไหน คิดว่าส่วนนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากครับ
    ——————

    เห็นด้วยในเรื่องของskillและประสบการณ์ของคนเจาะครับว่ามีส่วนสำคัญในการเจาะ เป็นตัวแปรหนึ่งที่มีผลมาก เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญ แต่เชื่อว่าบริษัทเองก็น่าจะให้ความสำคัญในส่วนนี้เหมือนกัน เชื่อว่าในอนาคตน่าจะสามารถพัฒนากันได้ครับ

  19. Vilage said

    คุณVilageพอทราบแหล่งที่ว่าหรือเปล่าครับ เผื่อมีการประชุมผู้ถือหุ้นจะได้มีประเด็นถาม
    ____________________________________
    อันนี้ผมทราบมาจากรายการทีวีช่องหนึ่งเมื่อปีสองปีทีแล้วครับ
    พิธีกรเข้าพาไปเยี่ยมชมแหล่งน้ำมันที่เพิ่งเจอและเริ่มproductionในขณะนั้นแถวๆจังหวัดเพรชบูณร์พิธีกรเข้าบอกว่าPTTEPเคยมาสำรวจอยู่นานแต่ไม่พบแต่บริษัทต่างชาติอะไรผมจำไม่ได้กลับพบและมาตั่งproductionแทน

    ยังไงผมฝากถามด้วยแล้วกันครับ

  20. SEO said

    ชอบกินสเลอบี้ เวลาร้อนๆ เย็นชื่นใจ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 878 other followers

%d bloggers like this: