คำคมของเซียนหุ้น

คำคมของเซียนหุ้นระดับโลก

 

ปีเตอร์ลิน กล่าวไว้ในหนังสือ beating the street ว่า

ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการไหนเลือกหุ้นสุดท้ายสิ่งที่จะตัดสินว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวคือความสามารถในการเพิกเฉยต่อความกังวลกับเรื่องต่างๆในโลกได้ยาวนานพอที่จะทำให้การลงทุนของคุณ ประสบความสำเร็จ

สิ่งที่จะกำหนดชะตากรรมของนักลงทุนไม่ใช่ความเฉลียวฉลาดแต่เป็นความสามารถในการควบคุมอารมณ์ต่างหาก นักลงทุนขี้ตกใจจะถูกกดดันให้ออกจากตลาดในยามที่ตลาดเต็มไปด้วยข่าวร้าย ไม่ว่าพวกเขาจะเฉลียวฉลาดปานใดก็ตาม

-

ผมคิดว่าคำพูดนี้เป็นจริงมากในชีวิตการลงทุนจริงๆ ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าการหาความรู้ทางการลงทุนจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับนักลงทุนทั่วไป แต่สิ่งที่ยากก็คือ การควบคุมจิตใจไม่ได้ “สติแตก” ในเวลาที่หุ้นลง หลายคนซื้อหุ้นได้ในราคาไม่แพงแต่ก็ขายหุ้นเหล่านั้นออกไปในราคาขาดทุนหรือแทบไม่ได้กำไร เพราะหุ้นเหล่านี้ลงไปหลังจากที่เขาซื้อ แม้ว่าเขาจะมั่นใจในพื้นฐานหุ้นแค่ไหนก็ตาม แต่เขาคิดว่าถ้าหุ้นลงแสดงว่าเขาคิดผิดเพราะน่าจะมีคนที่รู้ดีกว่าตัวเขาอยู่ที่กำลังขายหุ้นตัวนั้น อย่ากระนั้นเลย ละทิ้งทุกสิ่งที่เขาคิดแล้วโยนขายหุ้นตามไปเลยดีกว่า น่าจะสบายใจดี ปรากฏว่าในอีกครึ่งปีต่อมาหุ้นตัวนั้นก็ขึ้นไปถึง 70% และกำไรของหุ้นก็ออกมาตามคาดเสียด้วย ผมเชื่อว่าคนจำนวนมากเคยเจอเรื่องแบบนี้ และผมเองก็เคยมีประสบการณ์ที่ขมขื่นแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน

ความเห็นของผมคือ แม้ว่าคุณเข้าใจในพื้นฐานหุ้นมากๆ แต่ถ้าคุณ สติแตกง่าย คุณก็มีแนวโน้มที่จะไม่ประสบความสำเร็จทางการเงินอยู่ดี

 

ต่อมาเป็นคำพูดของ ลิเวอร์มอ

-ลิเวอร์มอ กล่าวในหนังสือ how to trade in  stock ว่า

ถ้าคุณอยากจะเป็นนักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จจงขจัดความคิดเพ้อฝันออกไปจากหัวซะ ซึ่งความคิดพวกนั้นก็คือ ความคิดนั้นก็คือ ความคิดว่าคุณจะสามารถประสบความสำเร็จในการเก็งกำไรได้ตลอดเวลา ทุกวัน ทุกอาทิตย์ ลิเวอร์มอกล่าวว่า ผู้ที่มหกมุ่นกับการเก็งกำไรรายวันจะมองไม่เห็น trend ที่ใหญ่กว่านั้นและเมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มมีเทรนชัดๆ นักลงทุนเหล่านั้นจะไม่ได้ประโยชน์จากเทรนใหญ่เพราะเขาหมกมุ่นกับการหาประโยชน์รายวันมากเกินไป

 

คำกล่าวของลิเวอร์มอ น่าสนใจไม่น้อยเพราะ ลิเวอร์มอเป็นนักเก็งกำไรระดับโลก แต่เขาไม่ได้เก็งรายวัน ซื้อเช้าขายเย็น เมื่อนักลงทุนที่ชอบเทรดด้วยสโลแกนว่า เทรดหาค่ากับข้าว ดูเหมือนว่าคนที่ประสบความสำเร็จสูงนั้นจะมองเทรนที่เป็นหลักเดือนหลักปีมากกว่า วันหรืออาทิตย์ พวกเสี่ยๆในเมืองไทย บางคนก็บอกว่าปีนึงจะเทรดไม่กี่คนขอให้มั่นใจว่าทำกำไรได้แน่ชัวๆหน่อยค่อยเล่น ไม่เล่นตลอดเวลา

 

คำพูดสุดท้ายเป็นคำพูดของ buffet

ที่บอกว่าให้คิดซะว่าชีวิตนี้คุณซื้อหุ้นได้แค่ 20 ตัวก็พอ นั้นก็คือ ให้หวดต่อเมื่อเป็นวงสวิงที่ perfect เท่านั้น

 

ในชีวิตผมได้เจอกับเซียนหุ้นมาเยอะพอสมควร ผมสังเกตุว่าพวกเขาหลายคนที่รวยจากการเล่นหุ้น 50-100 เท่าใน 7-10 ปีย้อนหลังมานี้ เขาทำกำไรจากหุ้นไม่ถึง 10-12 ตัว ดูเหมือนแต่ละตัวพวกเขาถือกันเป็นปีหรือปีครึ่ง และได้แต่ละตัวเป็นเท่าๆกันทั้งนั้น ผมก็คิดว่าสิ่งที่บัฟเฟตพูดก็สะท้อนความเป็นจริงที่ประสบการณ์ผมได้เจอมาจริงๆ คือคนที่กำไรเยอะมากๆนั้น ไม่จำเป็นต้องได้มาจากหุ้นที่มากตัว แต่ได้จากไม่กี่ตัวแต่ตัวนึงเยอะๆ

การที่เราคิดว่าชีวิตนี้เราซื้อหุ้นได้ไม่กี่ครั้งจะทำให้การซื้อแต่ละครั้งมีความรอบคอบสูง ต้องมี mos สูงแต่ทำการบ้านหนักทำให้แต่ละครั้งที่ลงทุนมักจะไม่ค่อยผิดพลาด แต่กลับกันถ้าเราซื้อขายบ่อยมากเกินไป เรามักจะรู้พื้นฐานของหุ้นได้ไม่ละเอียดมาก และเราอาจไม่ได้ต่อราคามากเท่าไหร่ เพราะโอกาสที่ดีของการลงทุนจริงๆแล้วมีไม่ได้บ่อยนัก แต่ถ้าเราซื้อขายบ่อยมากๆ น่าจะสะท้อนว่าความรอบคอบของเราไม่มากนัก

9 ความเห็น »

  1. Todsawat กล่าว

    บทความนี้ดีครับ ผมว่าที่จริงก็ขึ้นกับจริตของแต่ละคนด้วยนะครับ บางคนถนัดแนวนี้ บางคนถนัดแนวนั้น

    ส่วนตัวผมเองก็ยังหาแนวตัวเองถนัดมากๆไม่เจอเลย แต่แนวที่ไม่ถนัดนี้เพียบเลย ^_^

    • hongvalue กล่าว

      ระดับ ทศ return สูงลิ่วจะยังหาแนวทางไม่เจอได้อย่างไร
      ^^

  2. poom กล่าว

    คุณฮงมีความเห็นอย่างไรกับการ cut loss ครับ
    ถ้า Peter Lynch บอกว่าห้ามตกใจขายหุ้น หรือถ้าเรายังมั่นใจก็ถือต่อแต่ถ้า fundamental เปลี่ยนค่อยขาย

    • hongvalue กล่าว

      จริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับว่าเราถือหุ้นแบบไหนด้วยนะครับ

      สมมุติผมถือหุ้น ค้าปลีก ประกัน โรงพยาบาล ถ้าผู้บริหารไม่ได้ขี้โกง

      โอกาสที่กำไรจะไม่เป็นอย่างที่ผมคิดค่อนข้างยากมากเลยนะครับ

      เพราะธุรกิจมันคำนวนง่ายมาก ดังนั้นหุ้นแนวนี้ถ้าลงผมอาจจะไม่ cut loss แต่ตอนซื้อผมต้องซื้อถูกจริงๆนะครับ ไม่ใช่ไปซื้อตอนกำลังร้อนแรงมากๆ

      แต่ถ้าผมเล่นหุ้นที่ธุรกิจเป็นคอมโม ประมูล อะไรต่างๆ ผมก็ต้องมีจุด cut อะครับเพราะว่ากำไรมีโอกาสไม่เป็นไปตามที่ผมคาดสูงกว่า

      มุมของผมคือขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้นครับ

      • poom กล่าว

        จริงครับ ถ้าเป็นหุ้นที่ defensive อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้อง cut ถ้าทุนต่ำ
        แต่ถ้าหวือหวามากก็คงต้องมี cut บ้าง คงอยู่ที่ predictability ของธุรกิจอย่างที่คุณฮงว่า

  3. REITER กล่าว

    แล้วเซียนฮงมีคำคมอะไรมาชี้แนะบ้างครับ :)

    • hongvalue กล่าว

      5555 เอาไว้เขียนให้อ่านตอนหน้านะครับ

  4. arttyman กล่าว

    ผมอ่านหนังสือมาแวชอบเจอคำว่า Margin of safety กับ stock valuation ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ทราบว่าทั้งสองตัวนี้ มีวิธีการคำนวณไหมครับ หรือเป็นการประมาณการจากหนังสือแต่ละไตรมาศครับ อันนี้สงสัยมากครับ ช่วยแนะนำด้วยครับ

  5. link submission กล่าว

    I hardly comment, however i did a few searching and wound up here
    คำคมของเซียนหุ้น Hongvalue’s Blog. And I do have a couple of questions for you if it’s allright. Is it simply me or does it look as if like a few of these responses look like left by brain dead visitors? :-P And, if you are writing at other places, I would like to follow anything fresh you have to post. Could you make a list of all of all your public sites like your Facebook page, twitter feed, or linkedin profile?

RSS feed สำหรับความคิดเห็นในหน้านี้ · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 509 other followers