ผมเพิ่งรู้ว่าผมมีความเป็น vi เยอะกว่าที่คิด

ผมเขียนบทความเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าหุ้นน่าขึ้นสั้นๆ แต่ผมจะไม่เล่นแล้วแม้มก็เจือกขึ้นจริงๆ ผมก็มานั่งคิดทำไมกรูไม่ซื้อว่ะ จริงๆแล้วเพราะว่าผมมีสายเลือดของความเป็น vi อยู่เยอะนั้นเอง ผมมาลองคิดดูแล้วว่าผมไม่ใช่ pure trading ผมเคยเขียนบทความเรื่อง momentum trading แต่ผมจะขยายความให้อีกทีหลังจากที่ผมได้รู้จักตัวของผมเองมากขึ้น

ผมว่า momentum trading บางกลุ่มจะเป็นพวกไม่สนใจ value ของหุ้นก็คือว่า ถ้าแนวกราฟก็คือ ขอให้เส้นกราฟแม้งตัดเถอะราคาไหนก็ซื้อทั้งนั้นแหละ value เท่าไหร่ไม่สนเพราะว่าดูแต่แนวโน้ม

 นั้นเป็น momentum trading พวกแรกแต่ผมเป็น พวกสองก็คือว่า

ผมจะให้น้ำหนักกับ value และ แนวโน้มของทิศทางตลาดและราคาหุ้น

ตอนผมเขียนบทความอาทิตย์ที่แล้ว ผมว่า momentum มันดีแต่ว่า value มันไม่ถูก เมื่อ value ไม่ถูก risk/reward ก็จะไม่คุ้มกับการเข้าลงทุน ดังนั้นผมจึงไม่ซื้อ และได้แต่นั่งดูหุ้นขึ้น ถามว่าผมเสียดายไหมที่หุ้นขึ้นก็เสียดายแต่ว่าผมก็ทำใจได้เพราะว่า คนเราต้องยึดมั่นในหลักการมากกว่าจะตามแห่อย่างไม่มีขอบเขต

 ทุกวันนี้ผมว่าผมยิ่งเล่นหุ้นผมก็ยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นอย่างเช่นผมได้รู้ว่า

ผมมีความเป็น vi เหลืออยู่เยอะกว่าที่ผมคิด ทั้งๆที่ผมคิดว่าตัวเองไม่ค่อยเป็น vi เท่าไหร่ ผมคิดว่านักลงทุนจะยังไม่รู้จักตัวเองดี บางทีเรามักจะอุปมาอุปมัยเอาเองว่าเราเป็นอย่างนุ่นอย่างนี้ แต่การตัดสินใจของเรานั้นแหละจะเป็นตัวบอกว่าจริงๆแล้วเราเป็นแบบไหน นักลงทุนควรรู้ว่าตัวเองเป็นแบบไหน

เพราะคนที่ไม่รู้จักตัวเองดีพอ จะลงสนามรบแล้วชนะคนอื่นๆได้อย่างไร

 Momentum trading แบบที่สองที่ผมเป็นจริงๆแล้วถ้าเป็น set ตอน

Q2 ผมก็จะใช้ momentum trading เนื่องจากว่าผมมองหุ้นน่าจะขึ้นได้เยอะดังนั้นการซื้อหลังจากที่เพิ่งขึ้นมาวันแรก ยังคงมี room ในการทำกำไรเหลืออยู่มากมาย แต่ถ้าเป็นตอนนี้ตลาดแพงการรอให้หุ้นขึ้นแรงๆแล้วค่อยซื้อ room ของ upside จะเหลือไม่เยอะพอถ้าซื้อแล้วลงก็เลยขายพอขึ้นใหม่ค่อยกลับมาซื้ออีก แบบไหนซัก 3 รอบกำไรก็หายไปเยอะแล้ว

4 ความเห็น »

  1. kornjackrit said

    ” ตอนผมเขียนบทความอาทิตย์ที่แล้ว ผมว่า momentum มันดีแต่ว่า value มันไม่ถูก เมื่อ value ไม่ถูก risk/reward ก็จะไม่คุ้มกับการเข้าลงทุน ดังนั้นผมจึงไม่ซื้อ และได้แต่นั่งดูหุ้นขึ้น ถามว่าผมเสียดายไหมที่หุ้นขึ้นก็เสียดายแต่ว่าผมก็ทำใจได้เพราะว่า คนเราต้องยึดมั่นในหลักการมากกว่าจะตามแห่อย่างไม่มีขอบเขต ”

    ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยคับพี่ฮง ^^

  2. banchachit said

    ที่ฮงว่าแพง จริงๆแล้วฮงคิดว่ามันแพงเพราะว่ามันเกินมูลค่า หรือเพียงแค่ว่าหุ้นมันขึ้นมาจากราคาที่เคยต่ำเหรอครับ ถ้าเป็นเพราะอย่างแรกก็แสดงว่าฮงมีเลือดวีไอเยอะ แต่ถ้าคิดว่าแพงเพราะมันขึ้นมาเยอะแล้ว ก็อาจเป็นเพราะฮงยังชอบความตื่นเต้นและความมันส์แบบการคาดเดาทิศทางของตลาดอยู่
    ความยากมากอีกอย่างอย่างนึงของการลงทุนแบบวีไอก็คือ การถือหุ้นคุณภาพที่ราคามันขึ้นมาสูงมากแล้ว แต่ยังต่ำกว่าพื้นฐานอยู่ ไม่อย่างงั้นเราคงเห็นคนที่ถือห้นจำนวนมากๆแล้วราคาขึ้นมาเป็นสิบเป็นร้อยเท่าอย่างบัฟเฟต์อยู่ทั่วไป
    โดยส่วนตัว ผมก็ยังไม่ทราบนะครับ ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะยังไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งในหุ้นแต่ละตัว แค่อยากให้ระวังหลุมพรางทางความคิดข้อนี้ไว้นิดนึง โชคดีนะครับ แล้วจะมาติดตามผลงานเรื่อยๆ ^^

  3. hongvalue said

    อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ได้นะครับ
    หลังๆผมคิดว่าผมเคยชินกับราคาต่ำๆแต่จริงๆแล้ว valuation อาจจะต้อง
    ดูกันที่หลายๆปี vi หลายคนก็มองหลายปีขึ้นไปอยู่แล้ว

    ส่วนคนที่ถือหุ้นคุณภาพสูงที่ขึ้นมาแล้วเยอะมากผมก็ไม่รู้ว่าเขาทำใจกันอย่างไรเหมือนกัน ผมว่าผมทำไม่ได้แหงเลย

  4. nut776 said

    ส่วนลึกในใจมี แอบมีmos

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: