fundflow ไหลออกจริงหรือ

สัญญาณอย่าง  usd index ก็ไม่ยักกะขึ้นเลยล่าสุดลงมาหลุด 79 อีกรอบแล้ว(ตอน4ทุ่มเศษในเว็บ cnbcนะ)ฝรั่งไม่ได้ short tfex ด้วยสำหรับวันนี้และค่าเงินบาทก็แทบไม่อ่อนเลยแต่ว่าฝรั่งก็ขายเยอะนะติดกันตั้ง 4 วัน แต่มองในแง่ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์

หุ้นอาจจะต้องรออีกซักพักถึงะลงแรง เพราะว่าหุ้นรอบนี้ขึ้นจาก qe ของ fed โดย fed ประกาศซื้อพันธบัตร usa 3 แสนล้านตัวเลขคร่าวๆคือซื้อไปเกิน 2.3 แสนล้านแล้วและถ้าเศรษฐกิจ usa เริ่มดีขึ้นแล้ว fed ไม่เพิ่มวงเงินซื้อคืนคิดว่า fundflow น่าจะหายไปจากสภาพคล่องลดลงเนื่องจากคนเลิกหนีเงินดอล fed ประกาศว่าขยายเวลาซื้อคืนพันธบัตรจนถึง เดือนตุลาผมไม่รู้ว่าตลาดจะ looking forward ไปเลยไหมว่าเลิกหนีจากเงินดอลไปเข้าหุ้น asia ก็เลยขายหุ้นออกมา  สรุปคือหุ้นตอนนี้สภาพคล่องอาจจะยังไม่หายไปทันทีเพราะ fed ยังจะซื้อพันธบัตรอีกหลายหมื่นล้านใน 1-2 เดือนข้างหน้าแต่หุ้นแพงแล้วแน่ๆ แต่ถ้า fed ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อพันธบัตรเมื่อไหร่หุ้นก็จะขึ้นต่อมันมี conditions ที่เราต้องคอยตามด้วย ไม่สามารถบอกทิศทางได้โดยตรงว่าจะเป็นอย่างไรkey คือต้องดูที่ fed จะทำอย่างไรซึ่งดูเหมือนจะทำต่างกับแบงค์ชาติอังกฤษเพราะของอังกฤษประกาศทำ qe ต่อเนื่อง

 สรุปดังนี้ผมคิดว่าตอนนี้ยังเกิดสัญญาณแย้งอยู่ว่าหุ้นจะลงจริงไหมเพราะ usd index ลงและไม่short tfex ซึ่งเป็นสัญญาณแย้งและการที่ fed ยังเหลือวงเงินซื้อพันธบัตร usd index ไม่น่าขึ้นไปทันที ดังนั้นผมคิดว่าตอนนี้ตลาดมูลค่าหุ้นค่อนข้างแพงแต่อาจจะยังยืนอยู่แถวๆนี้ได้ไปซักพักจนกว่าสัญญาณต่างๆจะชัดมากขึ้นไม่ใช่เป็นลักษณะ mix picture แบบนี้ สำหรับคนมือหุ้นตัวใหญ่ก็คงไม่ใช่

และถ้าเราดูตัวเลข pii ก็จะเห็นการฟื้นตัวในเดือน june เริ่มฟื้นตัวในลักษณะ mom และ pci ก็ดีขึ้นเหมือกัน mom เป็นการดีขึ้นในรอบหลายเดือน

 สรุปแล้วสรุปอีกไม่ได้บอกว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าการลงรอบนี้มี indicator หลายๆอย่างไม่ได้ชี้ไปในทางที่ว่า fundflow จะไหลออกไปเลยเท่านั้นและข้อมูลเศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัวแล้วด้วย แต่ข้อมูล pii pci ก็ค่อนข้างช้าไม่รู้จะให้น้ำหนักได้แค่ไหน

 มองไปที่ 10 ust ก็อยู่ในระดับที่กลางๆไม่สูงไม่ต่ำก็คือ 3.4-3.5ลงมาจาก 3.88 ในระยะยาว 10 ust จะยังเป็นขาขึ้นต่อไปตามBudget deficit ของ usa
 

แต่ที่รู้แน่ๆคือถ้าสภาพคล่องหายเมื่อไหร่หุ้นคงถูกถล่มเละเทะเพราะว่าหุ้นทุกวันนี้ยืนได้ด้วยลภาพคล่องที่หนีเงินดอลล่ามาเศรษฐกิจก็แค่เริ่มฟื้นนิดๆไม่ได้ดีอะไร ถ้าสภาพคล่องหายไปเมื่อไหร่

ตลาดหุ้นจะลงชะลุดลงมาเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและพื้นฐานกำไรของมันซึ่งก็น่าจะลงเยอะอยู่ สำหรับคนเล่นหุ้นก็คงต้องติดตามว่าแนวโน้มสภาพคล่องในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป

อย่างไรก็ตามถ้าผมรู้ fed exitstrategy หรือ สภาพคล่องจะหายไปเมื่อไหร่ผมจะมา update ไว้ที่บล็อกนี้แหละทุกท่านก็ตามอ่านไปก่อนแล้วกันเพราะผมก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

30 ความเห็น »

  1. Huang007 said

    อยากถามคุน ฮง ว่า ถ้าเศรษกิจ ของ asia จะดีกว่า north america and europe แล้วทำไม เงินมันจะต้ิองไหลกลับด้วยคับ
    เพราะว่า ถ้าเงินค้างอยู่ที่asia น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และจะปลอดภัยจากเงิน usd อ่อนด้วย

    “เอเชียหลุดพ้นจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก ก่อนสหรัฐฯ และยุโรป ”
    http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000094621

    ps:อันนี้เข้าใจยากจัง

  2. hongvalue said

    อยากถามคุน ฮง ว่า ถ้าเศรษกิจ ของ asia จะดีกว่า north america and europe แล้วทำไม เงินมันจะต้ิองไหลกลับด้วยคับ
    เพราะว่า ถ้าเงินค้างอยู่ที่asia น่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และจะปลอดภัยจากเงิน usd อ่อนด้วย

    —- จริงๆแล้วหุ้น asia outperforme กว่า ยุโรปกับ dowjone มากแล้วนะครับ
    ถ้ามองแบบนี้แสดงว่าตลาดรับรู้เรื่องเศรษฐกิจ asia ไปหลายเดือนแล้วด้วยนะ
    ตลาดมองไปข้างหน้าเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้เป็นแค่สิ่งที่ตลาดคาดเอาไว้หลายเดือนแล้วต่างหาก ถ้าเศรษฐกิจฟื้น usa ก็จะใช้นโยบาย budget dificit น้อยลง
    แล้วค่าเงินก็เริ่มไม่อ่อน แบบนี้จะบอกว่าสภาพคล่องหายได้ไหม ผมว่าได้นะ

    ps:อันนี้เข้าใจยากจัง
    —— หมายถึงที่ผมเขียน หรือหมายถึง link ของผู้จัดการครับ
    ถ้าหมายถึงที่ผมเขียนก็อาจยากนิดนึงนะครับเพราะว่าเขียนสำหรับคน
    มีพื้นฐาน econ และติดตามข่าวสารไว้อ่าน update ถ้าไม่มีพื้นเลย
    จะยากหน่อย ค่อยๆทำความเข้าใจไปก่อนนะครับ

  3. Kong said

    พอดีมาอ่านเจอคับ อยากทราบว่า พวก ppi mom qe ตัวย่อต่างๆคืออะไรคับ หาทางเน็ตไม่เจอ เพราะปกติผมดู net account balance, GDP,CPI รบกวนด้วยคับ และความรู้พวกนั้นอ่านเสริมได้ที่ไหนคับ ขอบคุณคับ บองหัวเรื่องมาก็ได้คับ ขอบคุณมากคับ

  4. pongo said

    อ่านตามที่ฮงโพสรู้สึกเหมือนว่า ฮงยังไม่แน่ใจว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง
    ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจาก fundflow แปลว่าตอนนี้ฮงยังพอร์ตว่างอ่ะจิ
    แล้วฮงจะรอสัญญาณประมาณไหน ถึงจะลุยเต็มตัวอ่า

    ขอบอกก่อนว่าไม่ได้ลองภูมิหรือมีเจตนาไม่ดีอะไรนะ
    พี่ไม่ได้ศึกษาด้านนี้ลึกซึ้ง แค่อ่านตามข่าวที่ออกมาแค่นั้น

    แล้วฮงให้น้ำหนักกับ indicator ไหนมากที่สุด เอาเป็นกลุ่มก็ได้
    กลุ่มแรกสนใจมากสุด กี่ตัวอะไรแบบนี้

  5. hongvalue said

    พอดีมาอ่านเจอคับ อยากทราบว่า พวก ppi mom qe ตัวย่อต่างๆคืออะไรคับ หาทางเน็ตไม่เจอ เพราะปกติผมดู net account balance, GDP,CPI รบกวนด้วยคับ และความรู้พวกนั้นอ่านเสริมได้ที่ไหนคับ ขอบคุณคับ บองหัวเรื่องมาก็ได้คับ ขอบคุณมากคับ

    —– pii ครับ ย่อมาจาก private investment index
    mom ย่อมาจาก month on month
    qe ย่อมาจาก quantitative easing ครับ

  6. hongvalue said

    อ่านตามที่ฮงโพสรู้สึกเหมือนว่า ฮงยังไม่แน่ใจว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง
    ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจาก fundflow แปลว่าตอนนี้ฮงยังพอร์ตว่างอ่ะจิ
    แล้วฮงจะรอสัญญาณประมาณไหน ถึงจะลุยเต็มตัวอ่า

    ขอบอกก่อนว่าไม่ได้ลองภูมิหรือมีเจตนาไม่ดีอะไรนะ
    พี่ไม่ได้ศึกษาด้านนี้ลึกซึ้ง แค่อ่านตามข่าวที่ออกมาแค่นั้น

    แล้วฮงให้น้ำหนักกับ indicator ไหนมากที่สุด เอาเป็นกลุ่มก็ได้
    กลุ่มแรกสนใจมากสุด กี่ตัวอะไรแบบนี้

    —— ถามได้นะครับ ไม่ได้คิดว่าลองภูมิอะไรด้วยนะครับ ไม่ซีเรียส :>
    คือผมคิดว่าตอนนี้สภาพคล่องยังไม่หมดแต่ว่าใกล้หมดดังนั้นเลยตั้งข้อสังเกตุ
    ว่าหุ้นอาจจะยังไม่ลงทันที ผมเคยโพสก่อนหน้านี้ว่าผมมีมุมมองว่าตอนนี้ตลาด
    สะท้อนว่าเศรษฐกิจเป็น v shape โดยดูจาก spread bond ชนิดต่างๆ
    การลงทุนโดยกระโดดเข้าไปตอนตลาดสะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัว
    เราคงไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ถ้าเศรษฐกิจมี double dip เราจะขาดทุน
    เป็นชิ้นเป็นอัน (ฮา) ถ้า valuation หุ้นถูกกว่านี้ผมอาจจะสนใจลงทุนจริงจังครับ
    หรืออีกอย่างคือ valuation เท่าเดิมแต่ผมมีมุมมองว่าเศรษฐกิจอาจะเป็น v shape ได้จริงครับ ผมถึงจะเข้าไป แต่ตอนนี้ตลาดรับข่าวว่าฟื้นถ้าฟื้นจริงก็ได้ตังค์
    แต่ไม่น่าเยอะเพราะสะท้อนไปแล้วส่วนนึงแต่ถ้ามันไม่ฟื้นจริงแล้วเราไม่ได้มีหุ้นที่แข็งกว่าตลาดมากๆก็กระอักได้ผมมองแบบนั้น

    ตอนนี้ผมมีหุ้นเก็งกำไรนะครับ svi เก็งตามชาวบ้านเขาแต่ไม่ได้ตีแตกอะไรหรอก

    indi ที่ผมว่าน่าสนใจในตอนนี้คือ usdindex การทำ qe
    ผมว่าหลักๆตอนนี้จับตาดูประมาณนี้ก็น่าจะพอ
    จริงๆแล้ว indi จะมีหลายชุดที่แยกออกมาเช่น
    1 ชุดของค่าเงิน
    2 ชุดการโยกย้ายสินทรัพย์
    3 ขุดในการดู sentiment ตลาด
    4 ชุดในการดู valuation ของตลาด

    อีกหน่อยผมอาจจะพูดเป็น specific ลงไปเลยน่ะครับ
    แต่ตอนนี้กำลังทำความเข้าใจอยู่ครับ

  7. hongvalue said

    ลืมตอบเรื่องนี้

    และความรู้พวกนั้นอ่านเสริมได้ที่ไหนคับ ขอบคุณคับ บองหัวเรื่องมาก็ได้คับ ขอบคุณมากคับ

    —–อ่าน research อ่าน cnbc อ่านหนังสือ econ เยอะๆครับ

  8. hongvalue said

    พี่ pongo บอกว่า
    อ่านตามที่ฮงโพสรู้สึกเหมือนว่า ฮงยังไม่แน่ใจว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง

    —–ใช่ครับ หลังๆผมมองว่าคนที่ฟันธงทิศทางตลาดได้ตลอดเวลานั้น
    เป็นพวกขี้โม้มากกว่า สมมุติว่าเราเล่นหุ้นรายตัวมันจะต้องมีภาวะที่
    อึมครึมครุมเครือ ไม่ถึงกับแย่แต่ไม่ได้ดีจนน่า bet การดู fundflow ก็เป็นแบบนั้น
    ตอน q2 ผมกล้าตั้งกระทู้เลย แต่ตอนนี้ไม่ค่อยกล้าเพราะข้อมูลครุมเครือครับ
    จะเป็นแบบนี้จนถึงจุดนึงซึ่งได้ข่าวสารที่จำเป็นต้องรู้ก่อนแล้วจะทราบทิศทาง
    ที่ชัดเจนมากพอครับ

  9. Kong said

    พอเข้าใจบ้าง แต่ยังงง อาจะไปหากระทู้เก่าของคุณฮงดู เผื่อจะมีบาง ตอนนี้พึ่งจบตรีด้านการเงินกะเศรษฐศาสตร์ แต่รู้สึกความรู้ที่ได้แตกต่างกันมาก อยากทราบเตอนเรียนหนังสือของใครคับ จะได้ไปหามาอ่าน มาเปิดดู หรือเว็ปไซด์ดีดีนอกจาก cnbc ก็ได้คับ อาจจะช่วยได้บ้าง แล้วนี้ฮงทำงานรึยังคับ แค่สงสัยนะคับ รู้แต่ว่าจบตรีแล้ว

  10. hongvalue said

    ผมเรียนการตลาดจบมานะครับ
    ผมช่วยงานที่บ้านอยู่ครับ
    จบตรีมาปีนึงแล้วครับ

  11. Kong said

    ผมพอเข้าใจแล้วคับ ติดตรงqe พอรู้ก็จับทางได้บ้าง คือผมอยากหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนที่ไทย แบบ long term คับ สอดคล้องกับTVI(พึ่งสมัครได้สองวัน) เพราะถ้าเล่นtrade คงเสียงานแน่นอน(กำลังกลับไปหางานประจำที่ไทย) ยังไงถ้าผมมีคำถาม จะมาถามใหม่นะคับ รบกวนคับ

  12. i_sarut said

    fed exitstrategy จะประกาศเมื่อไหร่หรอครับพี่ฮง

  13. hongvalue said

    ไม่ทราบระยะเวลาที่แน่นอนครับ
    ดูเหมือนเขากำลังหาทางลงอยู่ครับ

  14. hongvalue said

    55 ฝรั่งเริ่มกลับมาซื้อติดกันหลายวันแล้ว

    fundflow ไม่ไหลออกจริงๆด้วย

    แต่ก็มีหุ้นเก็งกำไรแค่ตัวเดียวเอง

    ดีใจซะหน่อยก็แล้วกัน

  15. 007-s said

    การคาดการ ไม่ถูกก็ผิด ถือเป็นเรื่องธรรมดาอยู่เอง
    ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะคาดถูกหรือผิด
    สิ่งสำคัญกว่า คือการปรับสภาพจิตใจ ให้ไล่ตามความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้น
    การคาดการ จริงๆก็เป็นเรื่องดี ถือเป็นการปล่อยให้เกิดการคิดริเริ่มและพัฒนา

    ฮง นับว่าเป็นคนนึ่ง ที่กล้าที่จะคาดการ และกล้าที่จะปรับปรุงมุมมองอยู่ตลอดเวลา

    อายุแค่นี้ นับถือๆ

    ปล.แวะเข้ามาอั๊พเดท การคาดการการโยกย้ายเม็ดเงินจร้า

    ^^*

    อ้อ ถามแถมนิด
    ฟังข่าวทีวีมา(มันปะกิดอ่ะนะ ฟังแปลเองแบบงูๆปราๆ อิอิ) เห็นว่าอาทิตย์หน้านี้ จะมีออกพธบ.มาอีกล๊อตรึ ซึ่งน่าจะดึง usd ให้ปรับขึ้นได้
    อยากทราบ ฮงเช็คหน่อยจิ จะออกมาเยอะเป่า สัดส่วนเท่าใด และน่าจะทำให้ usd ปรับขึ้นรีบาวได้กี่มากน้อย (คือมันส่งผลต่อ oil price และส่งผลต่อ set )

    โดยส่วนตัวที่ดูจากก๊าฟ usd index มันพยามจะทำอินดี้ไดเวอเจ๊งอยู่เหมือนกัน
    แต่ก็นะ เวลา price จะขึ้น(หรือลง) ต่อให้อินดี้ไดเวอเจ้น ก็ไดไปเหอะ ยาวเหยียด ถ้า price มันจะไปตามทิศนั้นๆซะอย่าง ไดเวอเจ้นจะทำได้แค่ให้ price ปรับตัวสวนทาง(เด้งขึ้นหรือปรับลงพักฐาน) ได้แค่ระดับสั้นๆเท่านั้น

    แวยู่เท่านั้น จะทำให้ price ไปตามทิศเดิม หรือจะเปลี่ยนเป็นกลับหลังหัน
    (แต่กระบวนการของแวยู่ออกฤทธิ จะต้องใช้เวลาเป็นตัวซึมซับความเหมาะสมที่แท้จริง)

    เท่าที่พี่เข้าใจ…(ถูกผิดช่วยแย้งที)

    การที่ usd มีทิศทาง หรือมีคุณค่า ที่อ่อนค่า อ่อนด้อยลง
    อันด้วยเหตุหลักๆที่ว่า

    1 การเทดอลล์เข้าสู่โลกนี้ ทั้งทางตรงทางอ้อมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอันเกิดจากซัพไพรม์
    2 เป็นเนื่องด้วย งบดุลย์ของสหรัฐเอง ที่ห่วยแตกมากมาย เช่น หนี้บานทะโร่ ไรเงี้ย อิอิ

    ฉนั้น..เราจะมีวิธีดูได้จากอะไร ว่า เมื่อไหร่ หรือเท่าไหร่ ที่ ดอลล่า จะถือว่าปรับตัวสุดแล้ว หรือ เช่น เอ้ยนี่นะ ดอลลอ่อนลงมา ถูกเกินกว่าที่แวยู่ของมันต้องสมควรถูกลดระดับชั้นลงมาแล้วนะ ไรเงี้ย
    อันนี้แหระ สัญญานไดเวอเจ้นในแง่แวยู่อย่างแท้จริง
    อันนี้แหระ ที่จะทำให้ usd เด้งได้อย่างแรงมากๆ

    อันนี้แหระ ที่พี่คิดว่า เป็นคุณสมบัติที่นักล่า อย่างเช่น จอสโซรอส หรือเซียนค่าเงินระดับโลกมี (ไม่งั้นเขาจะไม่สามารถหากินกะการกล้าหาญโจมตีค่าเงินได้ ถ้าเขาไม่เข้าใจและไม่มั่นใจในแวยู่ของสิ่งนั้นๆ)

    คือ เท่าที่พี่เข้าใจนะ
    การดูฟันโฟลไหลไปๆมาๆ คือ การหาจังหวะเข้าโจมตี หรือล่าถอยมาตั้งหลักเฉยๆ
    แต่การตีแตกในแง่แวยู่ของสิ่งของ เป็นการวิแคะคุณสมบัติของสิ่งของที่จะเข้าตี

    ดูช้างให้ดูหาง
    ดูนาง ให้ดูสัดส่วนนะ

    เฮ้ยยย เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย อันหลัง 555555555555

  16. hongvalue said

    อ้อ ถามแถมนิด
    ฟังข่าวทีวีมา(มันปะกิดอ่ะนะ ฟังแปลเองแบบงูๆปราๆ อิอิ) เห็นว่าอาทิตย์หน้านี้ จะมีออกพธบ.มาอีกล๊อตรึ ซึ่งน่าจะดึง usd ให้ปรับขึ้นได้
    อยากทราบ ฮงเช็คหน่อยจิ จะออกมาเยอะเป่า สัดส่วนเท่าใด และน่าจะทำให้ usd ปรับขึ้นรีบาวได้กี่มากน้อย (คือมันส่งผลต่อ oil price และส่งผลต่อ set )

    ตอบ เท่าที่เช็กมาได้ออกมาประมาณ 2.3 แสนล้านเหรียญครับ
    คิดว่า usd index น่าจะปรับตัวขึ้นนะครับ แต่มากน้อยแค่ไหนเราไม่สามารถ
    คำนวณได้ครับ
    ——————————————————————-

    เท่าที่พี่เข้าใจ…(ถูกผิดช่วยแย้งที)

    การที่ usd มีทิศทาง หรือมีคุณค่า ที่อ่อนค่า อ่อนด้อยลง
    อันด้วยเหตุหลักๆที่ว่า

    1 การเทดอลล์เข้าสู่โลกนี้ ทั้งทางตรงทางอ้อมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอันเกิดจากซัพไพรม์
    2 เป็นเนื่องด้วย งบดุลย์ของสหรัฐเอง ที่ห่วยแตกมากมาย เช่น หนี้บานทะโร่ ไรเงี้ย อิอิ

    ตอบ จากประสบการณ์ในการดู indi ตัวนี้ของผมปัจจัยที่มีผลมากในจะเป็นลักษณะ
    การอัดฉีดเงิน การออกพันธบัตร การเกิด recession แล้วคนหนีมาถือเงินดอลจะเป็นแบบนี้มากกว่า อย่างปลายปีที่แล้ว usd index กลับทิศช่วงเดือน 10 หลัง
    lehman ล้ม สุดท้ายพอเกิด recession คนก็เลือกจะถือสกุลดอลล่าไว้ก่อน
    โดยซื้อพันธบัตร usa และส่วนนึงเป็นการขายเพื่อกลับมาอุดขาดทุนของพวก
    กองทุนต่างประเทศ
    ดูแล้วเกี่ยวกับการส่งออกน้ำเข้า ค่อนข้างน้อย อย่างภาระหนี้สินถ้าขาดดุลเยอะๆ
    ก็น่าจะทำให้ตอ้งอัดเงินเยอะแล้วทำให้ usd index ขึ้นไป
    ————————————————————————-

    ฉนั้น..เราจะมีวิธีดูได้จากอะไร ว่า เมื่อไหร่ หรือเท่าไหร่ ที่ ดอลล่า จะถือว่าปรับตัวสุดแล้ว หรือ เช่น เอ้ยนี่นะ ดอลลอ่อนลงมา ถูกเกินกว่าที่แวยู่ของมันต้องสมควรถูกลดระดับชั้นลงมาแล้วนะ ไรเงี้ย

    ตอบ จริงๆแล้วผมคิดว่าต้องเข้าใจเศรษฐศาสตร์พื้นฐานก่อนเช่นนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ว่าถ้าภาวะเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี รัฐบาลกลางจะเลือกใช้นโยบายแบบไหน
    แล้วนโยบายแบบนั้นจะส่งผลยังไงต่อค่าเงิน ถ้าเราได้ในส่วนนี้ก็ไม่ยาก
    แต่ที่ยากก็คือว่าการต้องดูว่าธนาคารกลางพยายามจะทำอย่างไร
    เช่นกรณีที่ fed รู้สึกว่าสภาพคล่องเยอะเกินไปและจะนำไปสู่
    asset inflation ในอนาคตเลยอยากลดสภาพคล่องลง
    ก็เลยจัดการขึ้นดอกเบี้ย แบบนี้ความต้องการเงินดอลก็เยอะขึ้นเพราะว่า
    ขึ้นดอกไง คือมันไม่ได้อาศัยแค่ทฤษฏีพื้นฐาน แต่มันต้องรู้สึกดูว่าภาะวต่างๆที่เกิดขึ้น
    และแนวโน้มในอนาคตจะทำให้ผู้ดำเนินนโยบายเลือกทำอย่างไร

    ในกรณีที่จะดูว่าปรับตัวสุดแล้วคิดว่าดูยากมาก ถ้าทำได้น่าจะเป็นในแบบว่า
    มีประเด็นหรือข่าวสารใหม่ๆเข้ามากระทบแล้วทำให้เปลี่ยน trend หรือพื้นฐานไปเลยมากกว่า

    ————————————————————————

    เท่าที่พี่เข้าใจนะ
    การดูฟันโฟลไหลไปๆมาๆ คือ การหาจังหวะเข้าโจมตี หรือล่าถอยมาตั้งหลักเฉยๆ
    แต่การตีแตกในแง่แวยู่ของสิ่งของ เป็นการวิแคะคุณสมบัติของสิ่งของที่จะเข้าตี

    ตอบ การไหลเข้าออกก็เป็นส่วนนึงของ fundflow แต่มันมีพวกการดู
    sentiment ตลาดผ่านเส้น yield curve การดู valuation ตลาด
    ที่เหมาะสมในแง่นโยบายเศรษฐกิจต่างๆ การดูว่าสินทรัพย์อะไรถูก
    underown อะไรถูก overwon ในเขิงเปรียบเทียบ
    จริงๆแล้ววิชานี้มันมีความละเอียดของมันอยู่ข้างในอีกครับ
    การไหลเข้าไหลออกของเงินเป็นส่วนนึงของมันเฉยๆครับ
    พี่ลองไปนึกถึงที่เคยคุยกันเรื่อง
    ted-spread ,2-10 spread,creditspread,earning yield gap
    อะไรพวกนั้นดูก็ไดครับ

  17. 007-s said

    แต้งจ้า

    อืม ค่อนข้างจะซับซ้อนพอดูเรยนิ มะหมูเรย ง่ะ

    ^^”

    แบบ เท่าที่ฟังๆ มันไม่มีวิธีในการประเมินความเหมาะสมที่แน่นอน
    เพราะองค์ประกอบมันจะเปลี่ยนแปรไปตามสถานการณ์ที่จะเข้าไปกระทบมันอีกที
    อันนี้อ่ะที่ไม่หมูนิ

    แร้วตอนที่ว่ากันว่า โซรอส โจมตีบาทไทยได้ (แน่นอนหนึ่งในเหตุผลเป็นเพราะเราประเทศเล็ก อันนี้ตัดไปนะ)
    มีเหตุนึง ที่ฟังแร้วแบบ ประมาณว่า มีจุดหลักที่เขาฟันธงได้ว่า ค่าเงินบาทในตอนนั้น ผิดปกติจากราคาที่เรียกว่าเหมาะสม ดังนั้นเขาจึงกล้าเข้าตี
    คือเหมือนตอนนั้น เขาประมาณว่า ราคานี้ ไม่ใช่แน่นอน คุณต้านอยู่ที่ระดับนี้ไม่ได้ตลอดไปเด็ดขาด
    ตอนนั้น จุดหลักๆที่เขาฟันธงได้ คือข้อไหน?

    แล้วอย่างจีน ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ที่หลายๆประเทศบ่น(โดยเฉพาะเมกาบ่นปากเปียกปากแฉะ อิอิ) ว่าจีนยันหยวนไว้ในระดับที่ไม่แฟร์ คือว่าง่ายๆ เมกาบ่นทำนองว่า หยวนไม่ควรอ่อนได้ขนาดนั้น
    แล้วที่ทำไม ไม่มีใครโจมตีหยวนได้ หรือเข้าไปบีบบังคับอะไรหยวนได้เรย (ก็เห็นดีแต่ได้บ่นกัน)
    สาเหตุเพราะไรอ่ะ เพราะจีนมีทุนสำรองกระเป๋าตุงช่ายป้ะ เสื้อเกราะหนา ทำนองนั้นเป่า?

    โอย ไมมันซับซ้อนนะเนี่ยยยย

    5555

  18. kornjackrit said

    ขอรบกวนถามพี่ฮงหน่อยนะคับ

    ไม่ทราบพี่ฮงได้ติดตามเศรษฐกิจหรือเปล่าครับ ?

    พี่ฮงคิดเห็นอย่างไรกับภาวะตลาดหุ้นจีนที่เป็นอยู่ตอนนี้อะครับ
    ผมเคยได้ฟังข่าวว่าจีนก็กำลังมีปัญหาการว่างงานจำนวนมากเหมือนอเมริกา
    ทำให้ SHI index ลงมาแถวๆ 2700 แล้วก็เด้งขึ้นมาประมาณ 2900 ณ ตอนนี้

    พี่ฮงว่าถ้าเอเชียฟื้นจริงๆ จีนน่าจะกลับมาได้ก่อนประเทศอื่นไหมครับ
    แล้ว ณ ระดับดัชนี SHI index ที่ 2900 พี่ฮงว่ามันแพงเกินไป
    และมีโอกาสจะเกิดภาวะฟองสบู่ได้ไหมครับ

    ขอบคุณคับ

  19. hongvalue said

    แร้วตอนที่ว่ากันว่า โซรอส โจมตีบาทไทยได้ (แน่นอนหนึ่งในเหตุผลเป็นเพราะเราประเทศเล็ก อันนี้ตัดไปนะ)
    มีเหตุนึง ที่ฟังแร้วแบบ ประมาณว่า มีจุดหลักที่เขาฟันธงได้ว่า ค่าเงินบาทในตอนนั้น ผิดปกติจากราคาที่เรียกว่าเหมาะสม ดังนั้นเขาจึงกล้าเข้าตี
    คือเหมือนตอนนั้น เขาประมาณว่า ราคานี้ ไม่ใช่แน่นอน คุณต้านอยู่ที่ระดับนี้ไม่ได้ตลอดไปเด็ดขาด
    ตอนนั้น จุดหลักๆที่เขาฟันธงได้ คือข้อไหน?

    ตอบ เท่าที่ทราบมานะครับตอนนี้ฐานะของประเทศไทยอ่อนแอมากครับ
    ในตอนก่อนปี 40 ที่ลอยตัวค่าเงินประเทศไทยมีหนี้ต่างประเทศถึงประมาณ
    108-109 ล้านดอลล่าแต่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงแค่ 38-39
    พันล้านดอลล่า เท่านั้นเอง แถมตอนนั้นประเทศไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
    ประมาณ 8-9% ของ gdp เชียวนะครับ พูดง่ายๆว่าสถานะของประเทศอ่อนแอครับ

    ——————————————————————————-
    แล้วอย่างจีน ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ที่หลายๆประเทศบ่น(โดยเฉพาะเมกาบ่นปากเปียกปากแฉะ อิอิ) ว่าจีนยันหยวนไว้ในระดับที่ไม่แฟร์ คือว่าง่ายๆ เมกาบ่นทำนองว่า หยวนไม่ควรอ่อนได้ขนาดนั้น
    แล้วที่ทำไม ไม่มีใครโจมตีหยวนได้ หรือเข้าไปบีบบังคับอะไรหยวนได้เรย (ก็เห็นดีแต่ได้บ่นกัน)
    สาเหตุเพราะไรอ่ะ เพราะจีนมีทุนสำรองกระเป๋าตุงช่ายป้ะ เสื้อเกราะหนา ทำนองนั้นเป่า?

    ตอบ เรื่องจีนผมไม่มีความรู้มากนะครับเท่าที่ทราบตอนนี้จีนมีเงินทุนสำรองมากที่สุดในโลกเลยทีเดียวครับ และจีนก็ส่งออกได้เยอะมากคิดว่าคงไม่มีใครกล้าโจมตีจีนง่ายๆนะครับ เรื่องจีนนี้ผมเองก็อยากศึกษาให้ลึกๆเหมือนกันครับกำลังหาหนังสืออ่าน
    เสริมอยู่ครับ

  20. hongvalue said

    ไม่ทราบพี่ฮงได้ติดตามเศรษฐกิจหรือเปล่าครับ ?

    พี่ฮงคิดเห็นอย่างไรกับภาวะตลาดหุ้นจีนที่เป็นอยู่ตอนนี้อะครับ
    ผมเคยได้ฟังข่าวว่าจีนก็กำลังมีปัญหาการว่างงานจำนวนมากเหมือนอเมริกา
    ทำให้ SHI index ลงมาแถวๆ 2700 แล้วก็เด้งขึ้นมาประมาณ 2900 ณ ตอนนี้

    พี่ฮงว่าถ้าเอเชียฟื้นจริงๆ จีนน่าจะกลับมาได้ก่อนประเทศอื่นไหมครับ
    แล้ว ณ ระดับดัชนี SHI index ที่ 2900 พี่ฮงว่ามันแพงเกินไป
    และมีโอกาสจะเกิดภาวะฟองสบู่ได้ไหมครับ

    ขอบคุณคับ

    ตอบ ต้องขอโทษน้องกรณ์ด้วยครับพี่ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับจีนเลยครับ
    ได้ยินแว่วๆว่าจีนปล่อยสินเชื่อเยอะมากๆ ทำให้คนเริ่มกังวลเรื่อง npl ของจีน
    กับอะครับ ดัชนีที่เท่าไหร่คงต้องไปดูว่า pe ของจีนเท่าไหร่และ pe ประมาณนั้น
    เศรษฐกิจจีนโตได้ปีละกี่% ครับ ในอนาคตถ้าพี่หาข้อมูลเกี่ยวกับจีนได้จะมา update ให้ฟังนะครับ

  21. hongvalue said

    พี่สายลับมอง set ตอนนี้ว่าไงบ้างครับ
    ตามหลักถ้ามีประมูลพันธบัตรเยอะขนาดนี้
    หุ้นไม่น่าจะดีเท่าไหร่ในระยะสั้นนะ
    ตอนนี้หุ้นตัวเล็กๆหลายตัวเริ่มหันมา outperforme แทนหุ้นใหญ่แล้ว
    เหมือนกัน

    กราฟแท่งเทียนมองว่าอย่างไรบ้างครับ set ตอนนี้

  22. 007-s said

    อืม ตะแรก ก็คิดว่าตลาดน่าจะกังวลมากก่านี้นะ

    วันนี้ช่วงเช้า ก็ดูทุกตลาดกังวลนะ มีแรงขาย จีนนี่ลงไป 5%
    แต่ตอนเย็น จีนรีบาวขึ้นมาเหลือ -2.5%
    ทุกตลาดเลย บาวตามกันหมด

    แต่ถึงวันนี้เล่น เปิดต่ำปิดสูงกันได้แท่งเขียวมาหลายตลาด(พวกเอเชียกลุ่มที่ตื่นสายๆ)
    แต่ก็ยังอยู่ในกรอบ ไซด์เวย์ ก็คงบ่งบอกความกังวลอยู่น่ะ

    น้ำมัน ก็ดูทำท่าพุ่งมาแตะ ปริ่มๆจะนิวไฮ แต่ก็มาหยุดทำไซด์เวย์อีกตัว

    ก็เรยงงๆไปหมด 555

    เข้าใจว่า อารมณ์ตลาดคือ ทุกคนรับรู้เท่าๆกัน ว่าต้องกังวล เรื่องพันธบัตร (คืนนี้ช่ายมะ)
    มันน่าจะงี้นะ คือ ตลาดหุ้น เวลามุขซ้ำเนี่ย ปฏิกิริยา บางทีไม่จำเป็นต้องเหมือนคราวที่เพิ่งผ่านมา เพราะว่าแอ๊คชั่นอาจจะต่างกัน เพราะครั้งที่แล้ว ที่ประมูลพธบ.ไปล๊อตนึง แล้วดึง usd ขึ้นแรง ส่วนหุ้นกะน้ำมันลงแรง
    ทีนี้มันเพิ่งจะหยกๆไป
    คนในตลาด พอมีมุขคล้ายๆที่เพิ่งเคยเกิดขึ้นไปแล้ว เวลาแอ๊คชั่น จะมีการระแวงอยู่ก่อนหน้าแล้ว

    จะเห็นว่า หลัง usd หายซ่า ตลาดและน้ำมัน ก็แค่ดึงกลับมาที่แถวๆไฮเดิม แล้วทำตัวป้วนเปี้ยนๆ อึกอักๆ
    เพราะมุขพธบ.คืนนี้ รับรู้เท่าๆกันแระ เตรียมตัวเตรียมใจแระ ไม่มีใครกล้าไล่หุ้นกะน้ำมันไปสูงๆ กลัวกันอยู่ในที

    เรียกว่า ครั้งนี้ ขอรอลอกการบ้านกันก่อน คงรอดู ดาวโจนคืนนี้ ว่าจะสะเทือนมากมั้ย (อย่าว่างั้นงี้เรยนะ พี่ว่า ดาวโจนเอง ก็ชำเลืองมองเอเชียเหมือนกัน 555)

    ทีนี้มาเริ่ม อึกอักๆกันล่ะ เพราะว่าวันนี้ในใจแต่ละตลาดแทงว่า สงสัยลงแรง กลัวไง กลัวแบบอาทิตย์ก่อน เพิ่งผ่านมาหยกๆ
    แต่จีนดันสวนรีบาวแรงเฉยเรย งงเต๊กกันหมด อินี้งง 555

    สรุป ยังอยู่ในกรอบ
    แนวบน 660
    กลาง 640+
    ล่าง 630-625
    กรอบยังไม่ขยับแนว ยังแปลว่า ไม่รู้ตรูจะขึ้นหรือลงดี

    ถ้าเกิดแรงขาย ตกใจหรือไรก็ตาม แล้วย่อลงมา ถ้าแกนกลางรับไว้ได้ อันนี้จะทำให้ฝ่ายขึ้นยังได้ใจอยู่ แล้วดูเวลาดันขึ้น ถ้าวนไปวนมา กรอบกลางยังเอาอยู่เรื่อยๆ กรอบบน น่าจะค่อยๆถูกงัดสูงขึ้น เนื่องจากแกนกลางถ้าเอาอยู่ซ้ำๆ ความมั่นใจของตลาดจะมีมากขึ้นทีละน้อย

    เอาว่าแกนก็จะปรับไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้มันประมาณนี้ 640

    ถ้าฝ่ายใดตีรุกล้ำข้ามไปอีกฝั่งได้ ถือว่าฝ่ายนั้นได้เปรียบอ่ะ
    ส่วนเส้นแนว บน และ ล่าง ก็สามารถขยับได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ประมาณนี้อยู่
    เอาไว้ดูว่า ทิศทางเริ่มเบี่ยงไปทางขึ้นหรือลง

    ถ้าเอาฟามเหงส่วนตัวนะ (ไม่รู้ถูกผิด)

    คือ ถ้าเล่นแบบ ขยุกขยิกไปเงี้ย เยิ่นเย้อ
    แบบ ทำตกใจวันนึง อีกวันหายตกใจ งี้จบยาก มันยิ่งทำให้เกิดแนวรับแน่นไปตลอดทาง
    จะจบเร็วๆ ต้องจร๊วดดด ขึ้นๆๆๆ เวลาลงจะได้จบแบบแรงๆ
    ยึกยัก ปรับวัน ขึ้นวัน งี้นะ
    เหมือนตลาด เล่นไปคิดไป คือลักษณะเป็นคนมีสติดีอ่ะ
    ไม่เหมือนไปแบบขาดสติ ถ้าพรวดๆเขียวๆๆไปแบบไม่มีเวลาคิดนะ เวลาลงที ก็ไม่คิดเหมือนกัน

    คือแบบ ทุบก็ไม่หลุด ขึ้นก็ไม่โด่ง แล้วจะจบไงอ่ะ

    ไรเงี้ย

    ก็เด๋วดูดาวคืนนี้อีกที ว่าหมีดุมากมั้ย 555

  23. i_sarut said

    เห็นคุยเรื่องจีนกัน ผมเลยนำบทความมาให้อ่านดูครับ

    หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ

    เหตุใดจีนรอดพ้นวิกฤติเศรษฐกิจโลก – นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2552 :

    http://www.sarut-homesite.net/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%83%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80/

    สกุลเงินสำรอง ‘หยวน’ เรื่องที่ไม่หยวนและไม่ควรมองข้าม – Post Today :

    http://www.sarut-homesite.net/%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E2%80%98%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E2%80%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7/

    ส่วนอันนี้บทความสดๆร้อนๆจากอเบอร์ดีนครับ

    นักลงทุนยังมีโอกาสที่ดี จากการลงทุนในจีน :

    http://www.posttoday.com/stockmarket.php?id=63446

  24. อกาลิโก said

    ขอบคุณทุกท่านค่ะ

  25. 007-s said

    ขอบคุณบทความที่มีประโยชน์มากค่ะ พี่ i_sarut

    โดยส่วนตัวนะ ตามที่เราเข้าใจภาพของโลกตอนนี้
    คือโลกกำลังดำเนินกระบวนการปรับสมดุลย์ใหม่อยู่
    ถ้าพุดตามอย่างซินแสฮวงจุ้ย ที่เขาพูดๆกันไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้
    เขาว่ากันว่า โลกจะเข้าสู่ยุคที่ ฮวงจุ้ยมันกลับด้าน คือเท่าที่ฟังคร่าวๆ มันคือ ทำนองว่า ด้านเฮง จะกลับตัลปัตรมาที่ฝั่งเอเชีย อะไรทำนองนั้น

    ฟังตอนนั้น ไม่มีใครสนใจ รวมถึงตัวเราเอง ฟังแล้วก็ยังนึกว่า บ้าน่า ไร้สาระ จีนเนี่ยนะ จะก้าวขึ้นมาใหญ่หรือร่ำรวยได้
    เอ…แต่พอเวลาผ่านมาถึงตรงนี้แล้วเนี่ย สงสัยจะต้องบอกว่า มันน่าจะเป็นได้แฮะ 555

    จีนเนี่ย ว่ากันตามหลักเลย ไม่น่าจะมีใครเถียงได้ในเรื่องที่ว่า เป็นสายเลือดของนักค้าขายโดยกำเนิดก็ว่าได้
    คือถ้าเราดูจากสิ่งที่ถ่ายทอดสอนลูกหลาน วิธีการ หลักคิด หลักปฏิบัติ เวลาคนสายเลือดจีนสอนเด็กเล็กๆ เราจะเคยได้ยินบ่อยๆ เวลาคนจีนสอนลูกหลาน วิธีการฝังหัว เช่น จะให้เงินลูก ต้องไปทำงานอะไรที่มีประโยชน์มาให้ได้ก่อนนะ ถึงจะได้มาขอเงินได้ อะไรแบบนี้เป็นต้น

    ยิ่งถ้าเราสนใจอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ จีนเป็นชาติที่เกรียงไกรทางการค้าและการฑูตมากๆ ตั้งแต่ยุคก่อนซูสีไทเฮาย้อนไปหลายปีมาก คือยุคที่ เจิ้งเหอ ริเริ่มเดินเรือข้ามทวีปเป็นชาติแรกๆของโลก
    ทั้งนี้ แนวคิดจีนในยุคนั้น ต่างจากแนวคิด ชาติตะวันตกอื่นๆ ที่เน้นการเดินเรือเพื่อการรบราฆ่าฟันและแย่งชิงดินแดน โดยอาศัยการรุกรานแบบใช้กำลังกดขี่
    คือจีนเดินเรือ โดยเน้น การค้าและการฑูต แลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นหลักสำคัญ

    แต่จีนเองมาสะดุดหยุดลงด้วยความยุงเหยิงภายใน และค่อยๆปิดประเทศมาเรื่อยๆ จนมาบอบช้ำที่สุดในยุคซูสี และยุ่งเหยิงภายในหนักหน่วงต่อเนื่อง จนมาปิดสนิท ในยุค เหมาเจอตง
    แต่ยุคที่ปิดสนิทนี้ กลับเป็นช่วงที่ภายในลดความวุ่นวายลงได้ ความขัดแย้งได้ถูกกระทำให้ตกตระกอนลงมานอนนิ่งสนิท
    และมาเปิดประเทศแง้มรับแสงสว่างอีกครั้ง ในยุค เติ้งเสี่ยวผิงนี่เอง

    สิ่งที่ช่วยเร่ง ให้จีนฟื้น เข้าใจว่า ไม่ใช่แค่การที่จีนเปิดประเทศเท่านั้น
    แต่องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยชัดเจน คือ ระบบที่ถูกแพร่หลายโดยอเมริกาเอง
    ซึ่งมันคือ ระบบการค้าและเงินทุนเสรี ซึ่งเมกาเอง ผูกติดเป็นแพ๊คเกจมากับระบอบประชาธิปไตย
    ว่าง่ายๆ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในโลกนี้เหลือสองค่ายหลักๆที่ชิงดำตำแหน่งพระเอกของโลก คือ ค่ายประชาธิปไตย กับค่ายคอมมิวนิสต์ แย่งชิงคะแนนนิยมจากแฟนๆ ด้วยการผูกติดระบบไว้กับระบอบ ที่ตนต้องการให้ประเทศเล็กๆ เข้ามานับถือตามอย่าง
    ระบอบประชาธิปไตย มาคู่กับ ระบบวิธีอะไรก็ตามน่ะที่มันมีพ่วงคำว่าเสรี
    ส่วนระบอบคอม ควงคู่มากับระบบและวิธีการอะไรก็ตามแต่ ที่เข้าทำนองว่าต้องมีการควบคุม

    จนมาถึงวันที่เติ้งเสี่ยวผิง ฝ่าด่านวงล้อมทางความเชื่อเดิมๆของจีนคอมเก่าๆ ขึ้นมาบริหารประเทศได้นั่นเอง
    ทำให้หลักคิดเกิดความยืดหยุ่น ผสมผสานระบบความคิดความเชื่อใหม่เข้าไปในระบอบเก่า
    จีนจึงค่อยๆพัฒนาศักยภาพมาได้ในทุกวันนี้

    เป็นอะไรที่น่าสนใจ และต้องใช้คำว่า โลกนี้และกฏแห่งธรรมชาตินั้น สวยงามโดยตัวของมันเอง เพียงแค่กาลเวลาและส่วนผสมที่มากเกินหรือน้อยเกิน ธรรมชาติจะหาทางปรับสมดุลย์ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เวลาใดก็เวลาหนึ่ง

    ไม่ว่าจะเพราะ ฟ้าประทาน ดินอำนวย หรือ มนุษย์ส่งเสริม
    หรือไม่ก็คงจะเป็นเพราะทั้งสามปัจจัยนั่นรวมกันแหละ

    จีนเปิดประเทศ และ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเสรี และ ในยุคที่การสื่อสารทรงประสิทธิภาพ

    โลกก็ค่อยๆ ดำเนินกระบวนการปรับสมดุลย์ของความมั่งคั่ง
    กว่าที่จะทันรู้ตัว ใครก็หยุดมันไม่ได้เสียแล้ว

    ^^*

    โอเย…..อิอิ

  26. i_sarut said

    สุดยอดครับพี่ 007

  27. จั้ม said

    กาละฟ้า ชัยภูมิดิน ประชากรหนุน

    สุดยอดอีกแล้วนะพี่เจ็ด

  28. hongvalue said

    พี่เจ็ดบอกว่า

    จีนเนี่ย ว่ากันตามหลักเลย ไม่น่าจะมีใครเถียงได้ในเรื่องที่ว่า เป็นสายเลือดของนักค้าขายโดยกำเนิดก็ว่าได้
    คือถ้าเราดูจากสิ่งที่ถ่ายทอดสอนลูกหลาน วิธีการ หลักคิด หลักปฏิบัติ เวลาคนสายเลือดจีนสอนเด็กเล็กๆ เราจะเคยได้ยินบ่อยๆ เวลาคนจีนสอนลูกหลาน วิธีการฝังหัว เช่น จะให้เงินลูก ต้องไปทำงานอะไรที่มีประโยชน์มาให้ได้ก่อนนะ ถึงจะได้มาขอเงินได้ อะไรแบบนี้เป็นต้น

    —————————
    ผมว่าจริงนะครับสมัยนี้ลูกคนไทยอยากได้อะไรก็แบบมือขอเงินพ่อแม่กันเลย
    คนจีนต้องช่วยงานบ้านต้องขยัน อย่างฝรั่งผมอายุเกิน 18 ก็หาเงินเรียนเองแล้ว
    แต่เด็กไทยพ่อแม่ส่งจนจบปริญญาตรี ผมเลยว่าเด็กไทยที่อีกหน่อยจะโตเป็นผู้ใหญ่
    คงจะสู้คนจีนกับฝรั่งไม่ได้แหงเลย

  29. 007-s said

    555555

    พี่ว่าไม่แค่สมัยนี้นะฮง เป็นมาแบบนี้หลายสมัยแล้ว

    อีกข้อนึงที่น่าคิดนะ

    เราจะบอกให้เด็กไทย ทำงานพิเศษเรียนไปด้วยเงี้ย
    ก็อาจจะลำบากอยู่

    ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน เวลาเรียนของเด็กไทย พี่รู้สึกว่าใช้เยอะมากนะ
    แบบว่าไงอ่ะ เด็กใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนมาก แถมมีเรียนติวพิเศษไรกันอีก
    แถมต้องเอาเวลาท่องจำอะไรมากมายเรย

    รู้สึกว่าระบบศึกษาบ้านเรา ยังไงๆ ก็ยังเหมือนว่า จะเยิ่นเย้อมากเกิน

    เข้าใจว่า ระบบของหลายๆประเทศ
    เขาเน้นที่ความเข้าใจ ไม่เน้นให้ท่องจำ
    คือแบบ ไม่ได้ไปเรียนนอกมา ไรเงี้ยนะ แต่แค่ดูในหนังก็รู้แล้ว
    ดูเขาเรียนสอนกันแบบ ชิวๆอ่ะ
    ถามตอบกันแบบฟรีเรย ไม่เห็นด้วยแย้งเรย อย่าอมพะนำ ไรเงี้ย
    ของเราเนี่ย เด็กเข้าห้อง ครูเดินเข้ามา พูดๆไรนิดหน่อย จากนั้นจะเห็นภาพ จดกันยิกๆๆๆ

    การเรียนการสอนระบบแบบจดและจำกันยิกๆ แบบนั้นน่ะ
    พี่ว่า หนึ่ง ใช้เวลามาก
    สอง ใช้พื้นที่สมองเยอะ
    แต่สาม สมองไม่ค่อยแตกฝอยอ่ะ

    แบบไงอ่ะ แกไม่ต้องคิดนะ จำให้ได้พอว่าชั้นบอกว่าไง เด๋วชั้นออกข้อสอบแบบที่ให้ท่องเนี่ยอ่ะ แค่นี้คือสอบได้ จบ

    ไม่รู้ว่าเด๋วนี้ หลักสูตรไรเนี่ย กระทรวงเขามีการให้พัฒนารูปแบบกันมั่งยังป่านนี้แล้ว

  30. Hi, yeah this piece of writing is genuinely nice and I have learned
    lot of things from it on the topic of blogging.
    thanks.

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: