อะไรคือ fundflow

พอดีผมได้เดินทางไปสัมผัสเซียนพี่โจ ลูกอีสานที่ภาคใต้และได้คุยกับหลายคนที่มีความสนใจเรื่องฟันโฟล ผมเลยจะขอเล่าว่ามันคืออะไรและเล่าเครื่องมือคร่าวๆสั้นๆให้สำหรับเพื่อนทางใต้หลายคนที่ไม่มีโอกาสได้คุยกันนาน และพอดีพี่ฝนก็สนใจเรื่องนี้พอดีเลยขอเล่าตอบแทนสำหรับค่าน้ำมันรถและค่าติ่มซำครับ

 

ฟันโฟลเป็นศาสตร์อย่างนึงที่ base on ความเชื่อว่ามุมมองในการโยกย้ายสินทรัพย์จะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ การก่อเกิดสภาพคล่อง และการหายไปของสภาพคล่องก็จะส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์ และสะท้อนมุมมองของนักลงทุนผ่านราคาสินทรัพย์  คอนเซ็บจากตัวอย่างจริงคร่าวๆในการใช้เครื่องมือ

1.อัตราดอกเบี้ย ถ้าต่ำจะทำให้ต้นทุนบริษัทถูกลงและทำให้คนมีแรงจูงใจในการฝากเงินน้อยลงโดยปกติจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น โดยปกติพีอีของหุ้นจะผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในแง่ของ multiple ที่สูงขึ้นและต่ำลง

2.การโยกย้ายเงินอย่างเช่นการสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเพราะหมายถึงมีการไหลของเงินออกจากตลาดพันธบัตรและปกติตลาดพันธบัตรจะใหญ่กว่าตลาดหุ้นอยู่แล้ว

3.การชันขึ้นของเส้นผลตอบแทนพันธบัตรถ้ามาจากระยะยาวสูงขึ้นแต่ระยะสั้นไม่ค่อยสูงขึ้นจะแสดงถึงมุมมองที่ต่อภาวะเศรษฐกิจเช่น 2-10 us ในช่วงไตรมาส 2 ของปี

4.การที่ส่วนต่างของพันธบัตรเอกชนกับรัฐบาลสูงขึ้นเป็นภาวะที่คนมีมุมมองไม่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจ เพราะคนต้องการผลตอบแทนจากเอกชนสูงขึ้น

5.การเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นกับพันธบัตรเพื่อดูว่าคนมีแรงจูงใจในการโยกย้ายเงินมาที่ตลาดใด เราสามารถดูค่าเฉลี่ยย้อนหลังได้ว่าปกติแต่ละประเทศมีแก๊บเท่าไหร่ภาวะที่น่าลงทุนคือ แก๊บสูงกว่า average เป็นต้น

 6.ถ้าดอกเบี้ย interbank สูงขึ้นแสดงว่าเกิดภาวะเงินตึงเพราะคนมองเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ไม่กล้าปล่อยกู้ระหว่างกันโดยปกติจะเทียบกับ พันธบัตรระยะสั้น 3 เดือนรัฐบาล

7.การพิมพ์เงินช่วยให้ราคาสินทรัพย์เฟ้อขึ้นได้อย่างมาตรการ qe ในเดือนมีนา 2009 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นมาได้เยอะเหมือนกัน

ขอสั้นๆแต่ได้ใจความประมาณนี้ก่อนแล้วกันเนอะ จริงๆเคยพูดแล้วทั้งนั้นของพวกนี้

16 ความเห็น »

  1. moonchild said

    คุณฮงพูดถึง fundflow ก็อยากถามเรื่องนี้เหมือนกันครับ
    เพราะช่วงนี้ทองกำลังเป็นที่นิยมในการลงทุนและช่วงนี้มีเงินไหลเข้าสูง

    จะเห็นได้ว่า ราคาทองที่ผ่านมาไม่กี่เดือน แต่กลับขึ้นจาก 900 ไป 1200 ดอลล่า เป็นผลตอบแทนก็เกือบ 30% ซึ่งทองก็มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าหุ้นอยู่มาก
    แต่ในอนาคตนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์กันว่าราคาทองจะไปถึง 2,000 ดอลล่าต่อออนซ์

    จากหลายๆเหตุการณ์ สินทรัพย์หรืออะไรก็ตามที่ขึ้นอย่างรวดเร็วและมากเกินไป
    ก็กลายเป็นฟองสบู่ ซึ่งแต่ละฟองสบู่ก็จะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ร้ายๆ
    เช่น ฟองสบู่อสังหา ก็จะมีการกู้มากเกินไป จนไม่สามารถชำระเงินกู้ได้
    ฟองสบู่ราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนของหลายๆบริษัทสูงขึ้นจนไปกินส่วนของกำไรหรือจนกระทั่งขาดทุนได้
    หรือวัตถุดิบอื่นๆ ที่เมื่อราคาสูงมากๆ จะส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบของแต่ละบริษัท

    ซึ่งในอนาคตการคาดการณ์ ฟองสบู่ทอง จะส่งผลเสียกับเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้างครับ ถ้าขึ้นไปสูงเว่อๆ เช่น 10000 ดอลล่าต่อออน
    นั่งคิดไปก็คิดไม่ออกว่า ทองจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในแง่ไหนบ้าง?
    ซึ่่งผมก็คิดว่ามันน่าจะต้องมีจุดสร้างปัญหาที่เล็กมากๆ แล้วพอมันถูกขยายไปถึงจุดๆหนึ่งมันน่าจะส่งผลเสียกับบางอย่างอ่ะครับ

    ธุรกิจที่นำทองไปใช้ เช่น
    เครื่องประดับต่างๆ ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ก็ไม่น่าจะส่งผลอะไรได้ เพราะจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ และไม่มีเกี่ยวข้องกับสินเชื่อกู้ยืม

    วัตถุดิบ เช่น สินค้าอิเลคโทรนิกก็อาจจะมีส่วนของทองบ้าง แต่ต้องบอกได้ว่า 1 แผงที่ใช้นี่เส้นบางมากๆ อาจบางกว่าขนแมวด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าทองแพงมากๆ ในอนาคต ผมว่าเค้าก็มีเทคโนโลยีบีบเส้นให้เล็กกว่านาโนได้

    และทองก็มีข้อดีในส่วนของการสำรองทุนระหว่างประเทศ ซึ่งตอนนี้หลายๆประเทศก็นิยมถือแทนดอลล่าที่่ค่อยๆเสื่อมค่ากันแล้ว

    แต่ราคาทองนี่ก็คาดการณ์ค่อนข้างยากนะครับ บางทีดอลล่าลงทองขึ้น ดอลล่าขึ้นทองลง มีเหตุการณ์ร้ายๆ ทองก็ขึ้น แต่อย่างเหตุการณ์ดูไบที่ผ่านมาทองก็ลง

    ถ้ามีส่วนไหนที่ผมเข้าใจผิดก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
    จิงๆจะถามแค่ ฟองสบู่ทองนะครับเนี่ย ร่ายซะยาวเชียว หุหุ
    ขอบคุณมากครับคุณฮง

  2. newbie_12 said

    แวะมาเยี่ยม

    ไม่ยอมออนไลน์เลยนะนี่ รอถามอยู่เลย

  3. hongvalue said

    คุณ moonchild แฟนพันธ์แท้ kiat ขนส่ง
    ให้เกียรติมาเยี่ยมบล็อกผมบ่อยต้องขอบคุณมากครับ

    เรื่องทองคำผมไม่ค่อยได้ติดตามนะครับ
    อ่านจากที่โพสมาคุณ moonchild รู้ลึกกว่าผมอีกนะครับ

    ผมว่าเรื่องที่ทองขึ้นส่งผลยังไงกับเศรษฐกิจคงไม่ค่อยมีผลหรือเปล่า
    เงินทุนสำรองของแต่ละประเทศก็เพิ่มค่าขึ้นด้วย
    ที่จะเสียคงเป็นผมมากกว่าครับเพราะอีกหน่อยจะแต่งเมีย
    โดนแม่ยายเรียกสินสอดเป็นทองซักหลายๆบาทนี้อ้วกเลย

    ผมเคยศึกษาเรื่อง gold future นะครับเขาบอกว่าปัจจัยที่มีผลต่อทอง
    คือ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน
    แต่น้ำมันก็เงินเฟ้อไม่เห็นจะไปด้วยกันเท่าไหร่

    แต่อุตส่าห์พิมมาตั้งยาวถึงผมจะให้คำแนะนำไม่ค่อยได้แต่ผมขอแนะนำ
    แหล่งข้อมูลให้แล้วกัน เว็บลุงโฉลกนี้บอกให้ซื้อทองมานานมากแล้วครับ
    ลองไปอ่านย้อนหลังดูสิครับ

    ความเห็นผมนะ การเรียนเรื่อง fundflow กับ behaviral finance ถ้าได้ข้อมูลพฤติกรรมตลาดมากพอไม่ต้องวิเคราะห์เก่งก็ได้ ทองเองก็คงมีรูปแบบของมันเพียงแต่ผมเองก็เก็บข้อมูลได้ไม่มากพอก็เลยไม่กล้าเล่นเท่านั้นเอง

  4. hongvalue said

    พี่ นิวบี ครับ
    ผมไม่ค่อยได้ออนไลน์เพราะต้องทำการบ้านเยอะมากเลยครับ
    ผมไปนั่งขุด case study หุ้นต่างๆที่ได้ยินตอนไปใต้มา
    ขุดทั้งวันเลยครับ
    คงไม่ได้ออนไลน์ไปพักใหญ่ๆครับ

  5. moonchild said

    ขอออกตัวก่อนนะครับว่าเป็นแค่แฟนพันธุ์ทางครับ
    แค่ไปฟังมาก็เลยมาเล่าให้ฟังอีกที หุหุ

    แล้ว fundflow กับ vi สำหรับคุณฮง อันไหนให้ผลตอบแทนมากกว่ากันครับ

    หรือใช้ควบคู่กันครับ

  6. newbie_12 said

    มีไรเด็ดๆบอกกันบ้างเด้อ

    เพราะจิบเบียร์ที่กทม หาหุ้นกันไม่เจอเลย ขนาด ดร นิเวศน์เอง ยังบอกว่าหาหุ้นไม่เจอ จะมาถามๆเอาในงานนี่แหละ

  7. hongvalue said

    ตอบคุณ moodchild ทุกวันนี้ก็ใช้ผสมกันนะครับจริงๆผมว่าการเลือกหุ้นเนี้ยมันต้องยืนพื้นอยู่แล้วเพียงแต่ว่าใครจะต่อยอดเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมยังไงเช่นเรื่องจังหวะการลงทุนจากกราฟ หรือ ฟันโฟล อะไรเป็นต้น บางคนอาจจะใช้เพียวๆเลยก็ได้แต่ผมใช้ผสมครับ

    ก่อนหน้านี้หลายเดือนผมเคยอับจนหนทางรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้จะเรียนรู้ต่อไปอย่างไร แต่ตอนนี้ผมรู้สึกตรงข้ามเพราะว่าผมพยายามประยุกต์แนวทางไปเรื่อยๆก็หวังว่าอีกหน่อยจะพัฒนาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ครับ

  8. moonchild said

    อับจนหนทางนี่ยังไงหรอครับ
    ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้ฟังจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
    สำหรับผมมือใหม่คงต้อง หาประสบการณ์และความรู้อีกมากมายเลยอ่ะครับ

  9. moonchild said

    อ่อ จำได้แร่ะครับ เห็นเขียนในบทความเก่าๆแล้วครับ
    ขอบคุณครับ

  10. ake said

    Can explain more?

    2.การโยกย้ายเงินอย่างเช่นการสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเพราะหมายถึงมีการไหลของเงินออกจากตลาดพันธบัตรและปกติตลาดพันธบัตรจะใหญ่กว่าตลาดหุ้นอยู่แล้ว

    Should it be – relationship?return in bond down makes stock mkt up?

    3.การชันขึ้นของเส้นผลตอบแทนพันธบัตรถ้ามาจากระยะยาวสูงขึ้นแต่ระยะสั้นไม่ค่อยสูงขึ้นจะแสดงถึงมุมมองที่ต่อภาวะเศรษฐกิจเช่น 2-10 us ในช่วงไตรมาส 2 ของปี

    เช่น 2-10 us ในช่วงไตรมาส 2 ของปี??

    5.การเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นกับพันธบัตรเพื่อดูว่าคนมีแรงจูงใจในการโยกย้ายเงินมาที่ตลาดใด เราสามารถดูค่าเฉลี่ยย้อนหลังได้ว่าปกติแต่ละประเทศมีแก๊บเท่าไหร่ภาวะที่น่าลงทุนคือ แก๊บสูงกว่า average เป็นต้น

    can u make example?

  11. SEHJU said

    แค่ได้ยินว่า “fund flow” เนี่ย… ผมก้เบือนหน้าหนีแล้ว ไม่ไหวจริงๆคล้ายเรื่องเศรษฐศาสตร์ ทำใจให้เรียนรู้ยากจริงๆ

  12. nut said

    นานๆจะแวะเข้ามาที

    พี่อยากให้ฮงแนะนำหนังสือที่จะอ่านสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง fund flow แบบว่าเป็นลำดับขั้นไปจากพื้นฐาน

  13. hongvalue said

    พี่เอกตัวอย่างเอาไว้เล่าตอนเจอกันวันที่ 12 แล้วกันเนอะ
    (ขี้เกียจพิมพ์อธิบาย อิอิ)

  14. hongvalue said

    จริงๆหนังสือแนวนี้มีแค่หนังสือ money game เท่านั้นเอง
    แล้วผมก็อาศัยอ่าน research เอาน่ะครับ
    หนังสือแนวนี้ในเมืองไทยโดยตรงก็มีแค่เล่มเดียวครับ

    แต่ถ้าเป็นอ่านเสริมเศรษศาสตร์ผมก็แนะนำของ
    ด.ร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

  15. picklife said

    แวะมาขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ ขอบคุณครับ

  16. K.Lak said

    ได้ดูรายการ Money channel ในการสัมภาษณ์คุณฮง ได้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากเลยจ๊ะ เนื่องจากกำลังศึกษาเรื่องหุ้น เป็นมือใหม่มากๆ เลย จะขอรบกวนขอคำแนะนำเพิ่มเติมวันหลังนะจ๊ะ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: