Update มุมมองหลังจากไม่เขียนมานาน

อยู่ในตลาดหุ้นนานๆแล้วรู้สึกว่าตลาดจะชอบให้เราเคยชินกับภาวะบางอย่างและก็หักดิบกันอย่างโหดร้าย อย่างเช่นถ้ามือใหม่ชอบซื้อหุ้นขาลงบ่อยๆ แล้วมันเด้งเขาก็จะคิดว่าคำตอบสุดท้ายคือการซื้อหุ้นตอนลงแรงๆ แต่การทำแบบนี้จะใช้ได้กับตลาด sideway เท่านั้น เมื่อตลาดเป็น bear market อย่างสมบูรณ์ก็จะขาดทุนหนักมาก หรือคนที่เพิ่งเจอวิกฤติมาแล้วรอดมาได้เพราะขายหุ้นไปก่อนเกือบทุกคนจะไม่กล้าซื้อตอนมันกลับขึ้นมาแล้วพอมันลงก็รีบขายแต่ตลาดดันกลายเป็น sideway ทำให้ตอนขายมักจะขายตอนที่หุ้นปรับตัวจบแล้วพอดี แล้วพอเจอแบบนี้บ่อยๆก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นพวกซื้อสวนตลาด แต่พอเริ่มทำแบบนี้ตลาดก็อาจกลับไปเป็น bear market อีกครั้ง จริงๆแล้วนักลงทุนควรจะเลือกข้างที่จะเป็นแบบใดแบบนึงเพื่อไม่ให้สับสนกับชีวิต เช่นถ้าเลือกจะเป็นวีไอแบบเพียวๆ ก็อาจจะเจ็บหนักแค่ปีเดียวในรอบ 7-8 ปีเช่นปี 2008 แต่ถ้าเป็น trader อาจจะต้องเจ็บบ่อยหน่อยเวลาเห็นหุ้นลงแล้วกลัวขายแล้วมันก็ขึ้นแรง แต่เวลาตลาด crash พวกนี้จะไม่ค่อยเจ็บหนักเท่าไหร่  อย่างวิกฤติรอบนี้ดูเหมือนว่าจะจบเร็วซึ่งก็ทำให้หลายคนมองว่าถ้าเกิดวิกฤติรอบหน้าก็รีบซื้อเข้าไปเลยแต่ผลจะออกมาเป็นไงก็ไม่รู้เพราะว่า วิกฤติสมัยก่อนมันกว่าจะฟื้นตัวจริงๆก็ 4-5 ปี สรุปดูๆไปแล้วตลาดหุ้นนี้มันไม่สามารถเอาแน่นอนอะไรได้จริงๆ สิ่งที่แน่นอนในตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียวคือ มันเอาแน่ไม่ได้ 

ผมคิดว่านี้เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะอยู่คู่ตลาดหุ้นไปจนดับดิ้นกันไปข้าง มีคนถามผมว่าผมมองตลาดยังไงเดี่ยวนี้ผมก็ไม่ค่อยกล้าตอบ เพราะหลังๆผมรู้สึกว่าความสามารถทีแท้จริงของผมไม่ใช่การคาดการณ์ตลาด และผมก็เชื่อว่าคนที่อยูในตลาดมานานจะไม่กล้าคาดการณ์มาก อย่างรอบนี้ผมก็ไม่ได้ขายหุ้นจะว่าไปแล้วตอนนี้ผมเริ่มมีมุมมองเปลี่ยนไปผมว่าถ้ามันจะเกิดวิกฤติมันจะต้องเป็นไรที่แย่มากๆ แย่ซ้ำซากแล้วก็มีแต่แย่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างปี 2008 มีคนล้มแล้วสถาบันการเงินที่ล้มมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆถึงขนาด lehman ล้ม ผมว่าจริงๆแล้วถ้าตลาดจะเกิดวิกฤติกันเราแค่อ่านข่าวคร่าวๆเราจะรู้ได้เองว่าปัญหามันหนักมาก และหนักขึ้นเรื่อยๆแต่ถ้าไม่ใช่มันจะแค่มีอะไรมาให้เราตื่นเต้นตกใจเป็นพักๆแล้วก็จากไปดังประโยค this too shall past ผมว่าเซียนคือคนที่แยกออกระหว่าง ปัญหาที่หนักขึ้นเรื่อยๆกับลูกตกใจประเดี่ยวประด๊าว จะว่าไปปีนี้ผมล้างพอร์ตไปแค่ครั้งเดียวตอนเดือนมกราคม

และผมเริ่มรู้สึกว่าการล้างพอร์ตมันต้องเป็นไม้ตายสุดท้ายจริงๆ เพราะการไม่มีหุ้นในพอร์ตเลยก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงสูง ตอนหุ้นอยู่ 735 แถวนั้นเป็นช่วงที่ผมกลับมาเต็มพอร์ตอีกครั้งหลังจากลดไปเหลือ 50% หลังจากเจอวิกฤติการเมืองต่อเนื่อง ตอนนั้นถือแล้วเสียวแต่ก็คิดว่าใครๆก็ถือเงินสดกันถ้ามันยิงกันจริงก็ลงแรงแป๊ปเดียวผมก็ใช้มาร์จิ้นซื้อหุ้นไป ถ้าไม่ลงก็ช่างแม้งไม่ต้องใช้มาร์จิ้นปรากฎว่ามันก็ไม่ลงแฮะ เลยรอดตัวไป อย่างกรณีนี้จะเห็นได้ว่าวันที่การเมืองดีขึ้นหุ้นเปิดโดด 25 จุดประเด็นคือถ้าคุณไม่มีของ มันยากนะที่คุณจะทำใจมาซื้อวันนั้นแล้วพอคุณซื้อไปอีกไม่กี่วัน ยุโรปแม้งก็โลกจะแตกคุณกลัวไม่อยากตัดขาดทุนพอวันนี้เด้งคุณฏ็ขายแล้วมันก็ไปต่อ ไรแบบนี้ ฮาๆ ขอเขียนอะไรเบาๆก่อนแล้วกันใครมีอะไรจะคุยก็เขียนมาแชร์ความรู้กันได้มาก และหนักขึ้นเรื่อยๆๆถึงขนาด สจะว่าไปแล้วตอนนี้ผมเริ่มมีมุา

10 ความเห็น »

  1. i_sarut said

    “สรุปดูๆไปแล้วตลาดหุ้นนี้มันไม่สามารถเอาแน่นอนอะไรได้จริงๆ สิ่งที่แน่นอนในตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียวคือ มันเอาแน่ไม่ได้”

    จริงที่สุดครับ เวลาใครถามผมเรื่องมุมมองตลาด

    ผมชอบตอบแค่ ‘ไม่ขึ้นก็ลง’ ฮ่าๆๆ

    • densin said

      ระวังตลาดหักหลังเล่น sidewayยาว

  2. PaZZaHut said

    ขอบคุณมากนะครับพี่ฮง สำหรับการแชร์มุมอง

    สุดท้ายอย่างเค้าว่ากัน “ความแน่นอน = ความไม่แน่นอน”

    ^_^

  3. bbendum said

    วิกฤตต่างๆ รอบหลังๆน่าจะมาถี่และแรงกว่าเดิมแต่จบเร็ว
    เพราะเงินท่วมโลก ปั๊มกันออกมาเยอะมาก เงินไม่ได้หายไปไหน
    มันแค่ไหลจาก asset หนึ่ง ไปอีก asset
    ทำให้ราคาของ asset แต่ละตัว แกว่งตัวตามทิศทางเงินที่ไหลไป
    แม้แต่ Gov bond Greece ก็ทำกำไรได้ 14% ใน 2 วัน
    แค่ ECB ออกมาบอกว่าจะตั้งกองทุนช่วย
    Bond Yield 2 ปีลดจาก 18% เป็น 4%

    ตอนนี้กำลังหัดเป็นเทรดเดอร์อยู่ แต่ยังติดนิสัย VI อยู่มาก
    เลยไปเปิดบัญชีใหม่อีกโบรค เอาไว้เทรดอีกแบบไปเลย
    ไม่งั้นดูพอร์ตเดียวกัน แล้วมันแยกอารมณ์ไม่ออก

  4. -nu- said

    Gov bond Greece 2Y ไม่ได้แค่กำไร 14% นะครับ
    มันต้องเอา %chg yield คูณกับ Duration ออกมาก็ราวๆ 25% เลยล่ะครับ

  5. hongvalue said

    คุณ bbendum คิดเหมือนผมตอนนี้ผมก็แยกเป็นสองพอร์ตบัญชีใหม่ที่จะหัดเทรดเพิ่งเสร็จเอง ชื่อบัญชีเทรดให้สนั่นเมือง

    ก๊ากกกกกกกกกกกก

    ผมว่าการแบ่งเป็นพอร์ตนี้ก็ดีอย่างนะ เล่นถือยาวแต่ดูหุ้นบ่อยๆมันเบื่ออะ
    ถ้าดูกราฟเป็นเดี่ยวตันนั้นตัวนี้ก็อยากเล่นไปหมดอะ

    อิอิ หุหุ

  6. hongvalue said

    ขอบคุณคุณ nu ครับ คำนวนยากจัง ผมทำไม่เป็น อุอุ มีคูณกับ duration ด้วย

  7. neo_potato_Th said

    ปกติพี่ฮงดูยังไงว่า

    ตลาดตรงนี้ เป็น bear bull หรือsidewayคับ-.-?? ผมถามแปลกๆรึเปล่า

    ผมแค่สงสัยเพราะไม่เคยศึกษาด้านนี้มาก่อน ผมค่อนข้างเป็นviล้วนๆ

    ผมติดใจที่พี่ฮงบอกว่า ถ้าจะcut loss ห้ามทำในตลาด sideway

    รบกวน อ. ฮง ช่วยชี้แจงหน่อยคับ T.T

  8. hongvalue said

    ขอไปตอบให้ในหัวข้อ นักพนันกับลงทุนต่างกันยังไงแล้วกันนะ

  9. nut776 said

    มาติดตามเช่นเดิม

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: