ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเล่นหุ้นไม่ประสบความสำเร็จ

หัวข้อในบล็อกวันนี้เบาๆ ไม่ใช่เชิงวิชาการหลักการคิดอะไร แต่อยากจะมาแชร์ถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เจอกับคนในตลาดหุ้น ว่าในมุมมองของผมทำไมคนส่วนใหญ่เล่นหุ้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

ผมว่าเรื่องแรกเลยคือ หลายคนยังบอกว่าการเล่นหุ้นเป็นแค่งานอดิเรกขำๆก็คือว่า ไม่ต้องศึกษามากหรอกเล่นไป chill chill เดี่ยวก็รวยแล้ว ผมกล้าพูดว่า 100 ละ 100 ของคนที่คิดแบบนี้ระยะยาวไม่มีวันประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นหรอก จริงๆแล้วคุณทำงานประจำคุณไม่ชอบที่มีคนมากดขี่ กดหัว มีเพื่อนร่วมงานเฮงซวยขี้อิจฉา คุณก็เริ่มอยากจะเป็นนายของตัวเอง แต่คุณก็อยากมีอิสระทางเวลาด้วยดังนั้นตลาดหุ้นคือ คำตอบ หลายคนก็เลยอยากเล่นหุ้นได้กำไรเยอะๆจะได้ไม่ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ชอบอีกต่อไป แต่เวลาที่คุณทุ่มเทให้กับตลาดหุ้นได้นั้นทำได้วันละไม่ถึงชั่วโมง (ไม่นับเวลานั่งดูราคาหุ้น) ตลกมาก คุณทำงานประจำคุณต้องทำวันละ 8 ชั่วโมง แต่พอต้องอ่านเรื่องหุ้นแป๊ปเดียวคุณก็รู้สึกว่าเครียด รู้สึกเหนื่อย แล้วแบบนี้คุณจะหวังว่าจะเล่นหุ้นแล้วรวยได้อย่างไร อย่างผมเป็น full time investor คนนึกว่าผมสบาย คำตอบของผมคือ สบายกับผีนะสิ ผมอ่านเอกสารวันนึงกองยังกับภูเขา แถมผมมีสอนมือใหม่ มีเขียนหนังสือ อาทิตย์นึงมีเวลาเข้า fitness ไม่เกิน 3 วันด้วยซ้ำ ผมมีทัศนคติว่าถ้าเราอยากได้สิ่งที่สุดยอดเราก็ต้องทุ่มเทถวายหัวให้กับมัน ดังนั้นทั้งชีวิตของผมมอบให้กับการลงทุน ผมไม่เคยมีความคิดจะซื้อที่ดิน ซื้อทอง ซื้อพันธบัตรอะไรแม้แต่อย่างเดียว บางคนอ่านหนังสือพิมพ์ที่กรุงเทพธุรกิจสัมภาษผม นึกว่าผมนั่งๆนอนๆแล้วมีเงินเป็นสิบล้านหล่นลงมา โลกความเป็นจริงไม่มีหรอกครับ

การเล่นหุ้นให้ได้กำไรชนะตลาดในระยะยาวต้องอาศัยความพยายามสูงมาก ซึ่งความพยายามนั้นก็ต้องมาจากทัศนคติที่ถูกต้องและพร้อมจะทุ่มเทก่อนแต่หลายคนไม่มีความคิดแบบนั้นรู้สึกว่าอยากได้เงินง่ายๆ แค่นี้ก็จบแล้ว คุณไม่มีทางอยู่รอดในตลาดหุ้นระยะยาวได้ คุณเป็นแค่หมูอ้วนๆตัวนึงในตลาดหุ้นที่เสือ สิง กระทิง แรด อยากจะรุมสกัมให้เหลือแต่กระดูก เหตุผลเพราะ คุณไม่มีความรู้ในหัวเลยใช้แต่อารมณ์ลงทุนก็เลยเป็นเหยื่อของรายใหญ่หรือคนที่รู้มากกว่า

บางคนเพิ่งเข้าตลาดหุ้นมาถามผมว่ามี course อะไรแนะนำไหม ผมแนะนำไปดันมาตอบผมว่า โห ตั้ง 2000 บาทแพงจังเลยมี course ฟรีไหม อ้าว ไอ้เวรเอ๋ย ถ้าเป็นเพื่อนผมนี้ผมตบกระโหลกไปแล้ว มึงเรียนมหาลัยมา 4 ปีเสียเงินตั้งหลายแสนเพื่อไปทำงานบริษัททำไมมึงเสียได้ว่ะ แล้วพอไปทำงานมึงก็บอกว่าอยากมีอิสระภาพทางการเงิน อยากมี financial freedom แต่พอจะหันมามีอิสรภาพทางการเงิน ค่าเรียนรู้เบื่้องต้น 2000 เจือกไม่ยอมเสีย แบบนี้เมิงก็ทำงานงกๆๆๆ ต่อไปเถอะ คนแบบนี้เหมือนอยากมีเมียเป็นนางงาม เป็นนางแบบ แต่ตัวเองไม่ดูแลหุ้นปล่อยให้อ้วนฉุ มีกลิ่นปาก แต่งตัวไม่เป็น แถมจน แต่อยากได้เมียเป็นนางงาม ก็เหมือนกันอยากรวยเร็วๆ อยากมีความรู้ทางการลงทุน แต่ไม่อยากเสียเงินไปเรียน คนพวกนี้บางคนผมเคยแนะนำหนังสือการลงทุน ตปท ไปให้ก็บอกว่า “โห แพงจังเล่มละตั้ง 800 บาท” ผมเลยไม่ตอบอะไรเขาอีก เพราะผมถือว่าเราคุยกันคนละภาษา ผมคุยภาษา อิตาลี เขาคุยภาษาเขมร และเราไม่มีทางคุยกันเข้าใจได้

ของฟรีไม่มีในโลกถ้าคุณอยากเก่งเรื่องหุ้น ผมคิดว่าคุณต้องกันค่าใช้จ่ายเรื่องไปเรียนกับเรื่องหนังสือเอาไว้หลายๆหมื่นเลย ผมเห็นหลาย course ของที่อื่นเก็บกันวันละ 4500-5000 คนไปเรียนหลายคนก็บอกว่าคุ้ม ได้แนวคิดดีๆกลับมาน่าจะช่วยทำให้อีกหน่อยทำเงินในตลาดหุ้นได้หลายแสนหลายล้านคุ้มกว่าค่าเรียนเยอะ ผมว่าทัศนคติแบบนี้เป็นเรื่องถูกต้อง เหตุผลเพราะว่า การเล่นหุ้นแล้วได้กำไรแล้วทบต้นไปเรื่อยๆในปีหลังๆจำนวนเงินจะมหาศาลมากแล้วจะทำให้ค่าความรู้เช่นพวกค่าหนังสือ ค่าเรียนพวกนั้นถูกยังกับซื้อโอเล่มากินเลยทีเดียว อย่างตัวผมเองก็หมดค่าสัมนาไปเป็นแสน ค่าหนังสือตปททุกเล่มรวมกันก็เยอะมาก แต่พอผมกำไรหุ้นเยอะๆทีเดียว ค่าหนังสือกับค่าอบรมก็ถูกแสนถูก คุณต้องคิดว่าการลงทุนความรู้ในตัวคุณเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด และจงอย่าได้ตระหนี่กับค่าใช้จ่ายที่เอาไว้พัฒนาตัวเองเพราะ คนประสบความสำเร็จทุกคนต้องพัฒนาตัวเองต่อเนื่อง

ผมเคยได้ยินรายใหญ่ในตลาดหุ้นที่มีเงินหลายพันนล้านเล่าว่า สมัยก่อนแทบไม่มีกราฟให้ใช้ จะดูได้นี้ต้องจ่ายแพงมาก และค่าเรียนเรื่องกราฟสมัยก่อนก็ 50000 บาทขึ้นไป รายใหญ่คนนี้ยังไปเรียนเลย ไปเรียนในสมัยที่เงิน 50000 บาทถือว่าแพงมากๆ(เพราะนานมากแล้ว) ทุกวันนี้คนๆนี้ก็เป็นเสี่ยพันล้าน เสี่ยคนนี้เขาไม่ได้เล่นหุ้นด้วยความรู้สึกเล่นไปขำๆไม่ต้องทุ่มเทอะไรมากแล้วก็หวังรวย เขาทุ่มเทจิตวิญญาณให้กับตลาดหุ้น สุดท้ายก็กลายเป็นตำนวนของเมืองไทยที่คนในตลาดหุ้นอยากไปให้ถึงจุดที่เขาเป็นอยู่

และเหตุผลอย่างอื่นที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นน่าจะเป็นเพราะว่าเขามีความอดทนไม่มากพอ อย่างว่ากว่าคุณจะออกมาทำงานได้คุณต้องเรียนตั้งกี่ปี แต่ในตลาดหุ้นไม่ใช่ว่าคึณขยันแค่ 3 เดือนแล้วคุณจะมีความรู้เพียงพอ คุณต้องขยันตลอดเวลาและรอคอยได้นานหลายปีกว่าจะถึงจุดที่ความรู้ของคุณตกผลึก หลายคนเข้ามาในตลาดหุ้นทำไปได้แป๊ปเดียวก็รู้สึกว่ามันต้องพยายามมากขนาดนี้ทำไมเล่นไม่ได้ตังค์ซะทีว่ะ ไอ้พวกคนได้ตังค์มันต้องดวงดีแหงๆ โอ๊ยมันเป็นเรื่องของดวงนี้หว้า ไม่ต่างจากแทงหวยเลิกพยายามดีกว่า ปญอ จัง อะไรประมาณนี้คือความคิดของหลายคนที่เข้ามาในตลาดแล้วพยายามได้ 2-3 เดือนแล้วยังไม่กำไร ซึ่งการจะประสบความสำเร็จจากอะไรซักอย่างมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นมันต้องใช้เวลายาวนานกว่านั้น นอกจากคุณจะทุ่มเทได้มากพอแล้วคุณยังต้องอึดมากพอที่จะรอให้วันของคุณมาถึงอีกด้วย

ถ้าคุณให้เวลากับมันได้ ไม่ทำตัวแบบคนต้องการนางงามแต่ไม่พัฒนาตัวเอง(อยากเก่งแต่ไม่อยากจ่ายค่าเรียนรู้) และอดทน ผมคิดว่าในระยะยาวคุณจะกลายเป็นเสี่ยครับ

72 ความเห็น »

  1. REITER said

    กว่าที่เราจะได้กำไรมากๆกับหุ้นสักตัว เราต้องอ่าน ต้องศึกษา คุยกับ IR หาโอกาสไปวิสิท อะไรมากมาย ไม่มีการกำไรง่ายๆหรอก

    • hongvalue said

      ใช่ครับ ผมโคตรเบื่อเวลาเจอคนที่ไม่ยอมเรียนรู้ไม่ยอมลงทุนอะไรเลยแต่อยากจะเล่นหุ้นให้รวย

      ผมว่าเพ้อฝันพอๆกับหวังถูกหวยเลย

      • Thanawat said

        ผมอยากเห็นหุ้นครับ. ศึกษามาหลายวันแร้ว แต่ผมอยากมีผู้ชำนาญ. ผู้รู้คอยแนะนำ คอยเตือนสติหน่อยอ่ะครับ

  2. โหย คุณฮงเขียนได้โดนใจมากครับ หลังๆผมก้มีเพื่อนๆผมหลายคนที่มีความคิดอย่างที่คุณฮงว่า(อยากรวยเร็ว คิดว่าง่ายๆ ไม่พยายาม ไม่อดทน) ผมก้ได้แต่คอยห้ามมัน ว่า ึงอย่ามาเล่นหุ้นเลย

    ผมว่าเรื่องหุ้นกว่าที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องมี ความทุ่มเท+ประสบการณ์(อย่างน้อยๆก้3-4ปี) และที่สำคัญคือระหว่างนั้นต้องไม่เจ๊งไปซะก่อน 55

  3. เห็นด้วยกับพี่ฮงครับ การลงทุนให้ความรู้กับตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกวันนี้ ผมสั่งซื้อหนังสือลงทุนมา สองสามพัน แต่ก็คิดว่าคุ้มค่า เล่นไปได้กำไรไม่เท่าไรก็คุ้มทุนแล้ว ดีกว่าไปนั่งเสียค่าเทอมในตลาดจริงตั้งเยอะ

  4. boy said

    รบกวนถามคุณฮง คุณฮงเคยผิดพลาด แบบขาดทุนหนักๆในหุ้นที่ตัดสินใจผิดพลาด จนพอรต์แย่มั้ยครับ?

  5. boong24 said

    สงสัยพักนี้ตลาดผันผวน เลยโดนยิงคำถาม ปญอ เยอะใช่ไหมครับ เลยเกิดบทความนี้
    ผมว่าอาจเป็นเพราะปีสองปีที่ผ่านตลาดเป็นขาขึ้น ทำให้คนเริ่มสนใจมาลงทุน ซึ่ง ณ ตอนนั้นได้ยินตัวไหนมา แค่ซื้อตามก็ขึ้นหมด ในเวลาไม่นานเลยติดใจ
    พอเจอตลาดผันผวนแบบนี้ เลยไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่ได้คิดจะศึกษาจริงๆจังๆ คิดว่างานอดิเรก
    ก็ทำได้เท่าที่ทำ ตอบได้เท่าที่ตอบอะครับตอนนี้ ^.^

  6. jilin22 said

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ วันก่อนมีเพื่อนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนมาถามเหมือนกันว่าจะซื้อตัวไหนดี แต่ผมก็แนะนำให้ไปซื้อหนังสือภาษาไทยเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นเบื้องต้นมาอ่านก่อน เค้าว่าต้องอ่านตั้งเยอะ ขี้เกียจ เสียตั้งหลายร้อย ไม่มีวิธีลัดเหรอ ผมฟังแล้วก็เซ็งเหมือนกัน สงสัยคนส่วนใหญ่คิดว่าเล่นหุ้นน่าจะได้กำไรง่ายๆมั้งครับ

  7. mod said

    ขอบคุณครับ …

    ว่าแต่มีหุ้นเด็ดตัวไหนแนะนำ หรือคอร์สเรียนดีๆถูกๆฟรีๆบ้างครับผม 😀 55

    • hongvalue said

      ถามแบบนี้ถ้าเป็นรุ่นน้องผม ผมตบกระโหลกเลยนะ 5555

      • mod said

        ขาโหดแบบนี้ ถ้าไปชกมวยมีแววว่าจะดังกว่าเป็นนักลงทุนอีกนะเนี่ย 555 พูดไม่รู้เรื่องตบกะโหลกทันที 555

      • hongvalue said

        5555 ก็พูดเล่นไปงั้นแหละตัวจริงไม่โหดออกแนวสุภาพ อ่อนโยน ใครๆก็รู้

      • mod said

        พระเอกมาก 55

  8. mod said

    55555 ข้างบนล้อเล่นนะ นั่งอ่านไปหัวเราะไป ท่าทางวันนี้ฮงจะเก็บกด 55555

    ตลาดหุ้นก็เป็นอย่างนี้แหละนะผมว่า มันถูกขายฝันมาว่าเป็นที่ๆจะทำให้คุณรวยได้ง่ายและเร็วที่สุดในโลก (ผมเองก็เคยโดนล่อเข้ามาเหมือนกัน) สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เลยเป็นแบบนี้กันมาตลอดล่ะนะ

    ส่วนเรื่องการลงทุนหาความรู้ในการเล่นหุ้นเนี่ย ผมว่าจริงๆแล้วผมว่ามันถูกมากเลยนะ ตัวผมเองถ้าอยากได้ความรู้ก็ต้องยอมจ่าย ต้องยอมลงทุน หนังสือ text book ต่างๆผมก็ต้องยอมซื้อมานั่งอ่านนั่งแปล วันๆนึงก็กินเวลาไปเยอะ แต่เราก็ต้องทำเพราะนี่คือต้นทุนที่เราต้องมีในการจะสู้อยู่ในตลาดนี้ได้

    คนที่บอกว่าไอ้โน่นไอ้นี่แพง จริงๆแล้วผมว่าถูกมากกับการที่คุณต้องขาดทุนหนักๆในวันข้างหน้าเลยนะ ถ้าจะมารอของถูกของฟรี หรือคิดว่าคนเก่งๆเขาควรจะต้องให้คุณฟรีๆอย่างเดียว มันแปลว่าคุณไม่ดิ้นรนและเห็นแก่ตัวมากแล้วแหละ เพราะในทางกลับกันก็คือคุณหวังจะได้อะไรโดยไม่ต้องลงทุนและไม่ต้องเสียอะไรเลย โดยเอาข้ออ้างว่าคุณเป็นมือใหม่หรือรายย่อยเล็กๆเพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเอง

    ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นจะไม่ตอบแทนให้กับคนแบบนี้ในระยะยาวแน่ๆ ถ้าเขาไม่เปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้เสีย แต่ตลาดหุ้นก็คือสังคมรูปแบบหนึ่ง ก็ต้องมีทั้งคนที่เกิดมาเป็นผู้แพ้และผู้ชนะเป็นธรรมดาเหมือนกัน 🙂

    • hongvalue said

      เห็นด้วยครับ พวกรายย่อยถ้าไม่ช่วยตัวเองก่อนก็ไม่มีใครอยากช่วยเขาหรอกครับ

      ก่อนคุณจะขอให้ใครช่วยคุณได้แสดงความพยายามมากพอแล้วหรือยัง ถ้าไม่ก็ไม่มีใครอยากช่วยคุณหรอก

      พวกคนที่ชอบถามคำถามที่สามารถหาได้ใน google นี้ผมเจอแล้วไม่คุยเลยนะมันสะท้อนว่าคุณไม่รู้จักพึ่งตัวเองก่อน

      • Boong24 said

        อ่าวววว พาลนะเนี่ย 555
        (พาลให้คนอื่นไม่ได้เรียนฟรีไปด้วย55)

  9. gift said

    เป็นบทความที่ดีมากๆคะ ชอบบบบบบ สุดๆ อยากได้อะไรก็ต้องลงทุน มันเป็นอย่างงั้นเสมอจริงๆ

  10. setthavuth said

    เห็นด้วยเป็นอย่างมากครับ ที่คุณhong ได้อธิบายไ้ว้ ต้องการความสำเร็จแต่ไม่มีความอดทน และไม่พยายามขวนขวาย ชอบแต่ของฟรี ซึ่งในโลกนี้จริง ๆ แล้วไม่เคยมีหรอกครับของฟรี จึงขอเป็นกำลังใจให้คุณhong ได้เขียนบทความอันเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน ซึ่งถือเป็นวิทยาทานด้วยครับ

  11. mprandy said

    เข้ามาฮา เด๋วผมเป็นโปรโมเตอร์ให้ ระหว่าง ฮง คนหน้าเด็ก ปะทะ มด ศิษย์แมงเม่า

    เอาเวทีไหนดี ลุมพินี, ราชดำเนิน หรือพระประแดง 😛

    • mod said

      พี่หมอ M จะเป็น don king เหรอครับ? 55

    • hongvalue said

      ฮงฝ่ามือตบกระโหลกปะทะ มดเตะเป็นระบบ
      555

      • mod said

        ฉายาผมดูไร้พลังมาก สงสัยจะแพ้ยกหนึ่ง 55

  12. jk said

    แล้วคอรส์ที่เห็นโฆดษณาตอนนี้ พวกพันล้านในหนึ่งปี นี่น่าเรียนไหมครับ คุณฮง?

  13. i_sarut said

    ชอบและเห็นด้วยมากครับ การลงทุนต้องใช้เวลาศึกษามากกว่าที่หลายคนคิด

    แต่ก็คงป็นเพราะคนส่วนใหญ่มองการเล่นหุ้น เหมือนพนันวัดดวงหรือมองแบบง่ายๆ ซื้อถูกขายแพง เดี๋ยวก็รวยแล้ว อย่างที่พี่ฮงเขียนไว้ หรือลอกการบ้านคนเก่งๆเอาก็รวยได้ แต่ไปเจอตัวที่เค้าพลาดก็ซวยไป ขายไม่ทัน

    เพราะฉะนั้น คนที่รวยจากตลาดก็จะเป็นส่วนน้อยต่อไปแหละครับ เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และยากกว่าที่เห็น

  14. romee said

    เห็นด้วยครับ ต้องเปลี่ยนที่ทัศนคติ และแนวคิดก่อน

    อยากได้เงินจากตลาดหุ้น ก็ต้องลงแรงให้มัน เหมือนที่เราลงแรงในงานประจำ…

    อ่านบทความนี้แล้ว ก็นึกถึงคำพูดนึงนะครับ

    “สิ่งเดียวที่ได้มาโดยไม่ต้องพยายามคือ ความล้มเหลว”

  15. nut776 said

    เมื่อก่อนผมเคยคิดเล่นหุ้น เปร ศาสตร์ 20 ศิลป์ 80
    ตั้งแต่เริ่มรู้จักคุณฮง ทำให้ผมต้องคิดสัดส่วนใหม่เปน art10,science90

  16. Mam said

    อ่านแล้วรู้เลยว่าตัวเองยังให้เวลากับการศึกษาเรื่องการลงทุนน้อยมาก ขอบคุณนะคะที่ช่วยเตือนสติ
    รบกวนคุณฮงแนะนำหนังสือกับcorse สำหรับมือใหม่ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    • hongvalue said

      course ดีๆส่วนใหญ่จะเสียตังค์นะครับ
      5555

      • hongvalue said

        พูดเล่นนะครับ course เรื่องงบการเงินของ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุน
        กับ course ราย sector ของ tsi ก็ดีครับ

  17. Gobkung said

    โดนใจมากๆเลยครับ ผมเบื่อมากๆเวลาคนทำอะไรไม่ตั้งใจแล้วคิดจะประสบความสำเร็จรวมถึงเรื่องหุ้นด้วย ส่วนใหญ่คิดแต่จะขอหุ้นเด็ดอย่างเดียว (แต่ก็ไม่ได้พูดแสดงความเบื่อหรือตำหนิออกไปนะครับ) บางคนขนาดหนังสือยังไม่คิดจะซื้อเลย เสียดายเงินแต่ดันอยากรวยจากหุ้น ผมก็ต้องให้ยืมหนังสือไป (บางคนผมซื้อให้เลย เช่น รุ่นน้อง) ได้หวังว่าสักวันคนเหล่านี้จะเปลี่ยนทัศนคติได้ 🙂

  18. จริงทุกข้อที่กล่าวมา 🙂

  19. jumb1101 said

    โคตรตรง โคตรโดน 😀

  20. เห็นด้วยอย่างยิ่ง

  21. แบ็งค์ said

    ช่วยแนะนำคอร์ส TA ด้วยครับ คุณฮง

    • hongvalue said

      course technical ดีๆในเมืองไทยผมไม่ค่อยเห็นเลยนะครับ

      ผมแนะนำลองศึกษาสำนักคุณ แมงเม่าคลับ
      แล้วกันครับ เขาเคยจัดอบรมเรื่องระบบการเทรดและมีสรุปเนื้อหาไว้ในเว็บด้วยครับ

      • mod said

        ไม่ช่ายยยย ผมยังไม่กล้าเปิดสอนหรอกครับ 😀

        ที่จัดไปคือ meeting แต่ผมกลัวคนเขามาเสียเที่่ยวเลยเตรียมเรื่่องไว้เล่านิดนึงเท่านั้นเอง

        คุณแบงค์ถ้าอยากเรียนรุ้เรื่องเทคนิค แนะนำให้ลองหาโหลดหนังสือที่ผมแนะนำไว้ที่บล็อก หรืออ่านในบล็อกไปก่อนก็ได้ครับ

        ปล. วิชาสำนักเม่าผมเป็นสาย “ตาม” ไม่ใช่สาย “เดา” นะครับ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าอ่านแล้วเหมือนว่าผมไม่รู้อะไรเลยนะ 😛

  22. Sicktrade said

    เห็นด้วยครับ ผมเพิ่งเริ่มลงทุนไม่นาน แต่ก็พยายามหาหนังสือมาอ่านตลอด บางทีก็อ่านของเก่าทวนไปทวนมา ส่วนคลาสลงทุนนี้สมัครของ TSI ไม่ทันเลยครับเต็มตลอด มีที่อื่นแนะนำไหมครับ ราคาไม่เกี่ยง ขอให้ได้ความรู้จริง

  23. picatos said

    หัวข้อเบาๆ… แต่อ่านจบแล้วรู้สึกมึนๆ หัว ราวกับโดนตบกบาล…

    ตั้งแต่ผมลงทุนมา… ผมก็ไม่เคยเสียตังค์เข้าคอร์สไหนเรียนเลยนะ… จนกระทั่งมาปีนี้เนี่ยแหละ… เสียตังค์ครั้งแรกก็คอร์สหุ้น 10 เด้ง ของคุณฮง ครั้งที่ 2 ก็ Business Strategy เนี่ยแหละ… หนังสือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับหุ้นก็ไม่เคยซื้อเลยสักเล่ม…

    จริงๆ กิจกรรมฟรีๆ ที่พัฒนาให้เข้าถึงแก่นในการลงทุนก็มีนะ… ผมว่า… หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการเงินภาษาไทยราคาประหยัดๆ ก็มีนะ… หรือถ้าจะอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ไปยืมห้องสมุดตลาด ห้องสมุดตามมหาลัยต่างๆ มันก็มีเหมือนกันนะ…

    ตอนผมพอร์ตยังเล็กอยู่… พอร์ตผมเริ่มจากเงิน 2 หมื่นกว่าบาท… เก็บเงินเดือนมาลงทุนได้แต่ละเดือนได้แค่ไม่กี่พันบาท… จะเข้าคอร์ส หรือซื้อหนังสือแพงๆ มันก็เบียดเบียนเงินที่สะสมเข้าพอร์ตก็ไม่ใช่น้อยนะ…

    • hongvalue said

      เรื่องนี้ตอบได้ไม่ยากครับ เพราะว่าพี่ตี่ เรียนมาทาง finance ,econ ทำให้ต่อยอดในการวิเคราะห์หุ้นได้ไม่ยากนัก แต่สถานะของผมตอนนั้นผมเรียนมาร์เก็ตติ้งซึ่งไม่เกี่ยวกับการลงทุนถ้าผมไม่ไปอบรมเรื่องงบการเงิน เรื่อง valuation ผมไม่มีทางวิเคราะห์หุ้นเป็นได้ตั้งแต่อยู่มหาลัย

      ส่วนอีกหลายคนที่อาจจะเป็นหมอหรืออาชีพอื่นๆที่ไม่ได้ยุ่งกับ account ,finance เลยถ้าไม่ไปอบรมเรื่องพวกนี้คนกลุ่มนี้จะต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเองนานแค่ไหนเพราะหนังสือเกี่ยวกับ account ,finance ดีๆก็ใช่ว่าหาง่ายๆ

      ความเห็นผมคือถ้าไม่ใช่คนกลุ่มที่จบทางด้านการเงินมาแล้วเสียดายค่าเรียน ผมคิดว่าแบบนี้ไม่น่าเวิกเพราะค่าเสียโอกาศในตลาดหุ้นสูงกว่าค่าเรียนเยอะมากแต่คนที่จบทางการเงินมาอาจจะบอกว่า course ที่สอนๆกันไม่เห็นได้อะไรเลย ดังนั้นเราคงใช้เกณฑ์คนที่จบการเงินมาเป็นหลักในการแนะนำคนส่วนใหญ่ไม่ได้ครับพี่

      • picatos said

        ของผมจบ ป.โท ทางด้านเศรษฐศาสตร์มา ตอนเรียน มีการเงินหลุดมาให้เรียน 1 ตัว เลยพอมีพื้นฐานบ้าง แต่ก็น้อยเสียเหลือเกิน ไม่เพียงพอให้เอามาใช้ในการลงทุนหรือวิเคราะห์หุ้น… เป็นความรู้ที่ทำให้ตระหนักว่าการลงทุนทำให้เรามีอิสระในการทำสิ่งที่ตัวเองรักได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นความรู้ในการเอาไปใช้วิเคราะห์… ทำให้ตอนแรกที่ผมเริ่มลงทุน ได้แต่ซื้อกองทุนรวม ไม่กล้าซื้อหุ้น… ต้องใช้เวลาศึกษาหุ้นอยู่เกือบปีกว่าจะซื้อหุ้นตัวแรก และใช้เวลาหลายปีกว่าจะมั่นใจว่าตัวเองเข้าใจในการลงทุนมากเพียงพอ พร้อมที่จะถือหุ้นอย่างเดียวโดยไม่ถือกองทุนรวม…

        ความรู้ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ของผมก็มาจากการอ่านเอา… อ่านจากในเว็บ ซื้อหนังสือภาษาไทยมาอ่านบ้าง อ่านจากหนังสือภาษาอังกฤษที่ยืมมาจากตลาดหลักทรัพย์บ้าง หาอ่านตามห้องสมุดคณะบัญชีบ้าง อ่านจากหนังสือภาษาไทยที่ซื้อมาบ้าง อ่านจากการอ่านงบของจริงบ้าง อ่านจาก 56-1 และเอกสารต่างๆ อีกมากมาย…

        ผมจำได้ว่าตอนผมทำงานประจำแล้ว ผมก็ยังไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดมารวย หรือที่คณะบัญชี จุฬาฯ ไปซีร็อกซ์มาอ่านอยู่บ่อยๆ

        ผมว่าผมอ่านหนังสือทางด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์น่าจะเป็นร้อยเล่ม แต่ความรู้ที่ผมเรียนผมอ่านก็เป็นความรู้แบบประหยัดๆ จะเป็นแบบอ่านฟรี หรือซีร็อกซ์อ่านเอา…

        วิธีการของผม อาจจะไม่เหมาะกับคนทั่วไปรึเปล่าผมไม่รู้เหมือนกัน… แต่ก็อยากที่จะให้กำลังใจคนที่พอร์ตเล็กๆ อยู่สักเล็กน้อยว่า มันยังมีวิธีการศึกษาการลงทุนที่ประหยัดๆ ไม่ต้องใช้เงินมากนักอยู่ด้วยครับ… และเท่าที่อ่านมา สิ่งที่อ่านและเป็นประโยชน์กับการลงทุนมากที่สุด ก็กลับมาที่ รายงานประจำปี และ 56-1 ครับ… 2 สิ่งนี้ ถูก ประหยัดที่สุดในโลกเลยครับ

      • hongvalue said

        ขอบคุณพี่ตี่สำหรับความเห็นมากครับ

        นักลงทุนที่มาอ่านความเห็นพี่ตี่อย่าลืมทำตามนะครับ
        รายงานประจำปีเป็นแหล่งขุมทรัพย์อย่างนึงที่ถูกและประหยัดที่สุด

        ว่างๆขอเชิญมาแชร์ความเห็นกันบ่อยๆนะครับ ^^

      • picatos said

        พอดีคิดได้เมื่อเช้า… ตอนผมจบโท ผมสนใจเกี่ยวกับการเงินการลงทุน ก็เลยไปลงเรียนบัญชีที่ราม เรียนไปเรียนมาเรียนไม่ไหว แถมรู้สึกว่ามันลงลึกเกี่ยวกับบัญชีไปหน่อย เลยย้ายไปเรียนสาขาการเงินแทน จะได้เอาความรู้ไปใช้ในการลงทุนได้เต็มที่

        ค่าใช้จ่ายไม่มาก… ใช้เวลาไม่เยอะ สามารถเรียนไปทำงานไปได้… เราเอาหนังสือ ข้อสอบมาทำ พอเรียนจบหลักสูตร ก็พอมีความรู้ติดตัวไปใช้ในการลงทุนได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

      • mod said

        ผมว่าประเด็นคือการลงทุนด้านความพยายามมากว่าครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ซื้อทุกเล่มหรือไปทุกคอร์สเหมือนกันครับ ของซีร้อกส์ ของ copy ของแจกฟรีอยู่เต็มคอมพ์ครับ 55

        ผมว่าจริงๆสมัยนี้ต้นทุนการเรียนรู้มันถูกขึ้นเยอะมากแล้ว เพียงแต่ใครที่ไม่อยากอ่านจาก ground level ด้วยตัวเองเลย ผมว่ามันก็ต้องยอมแลกอะไรบ้างล่ะครับ จะไม่เสียอะไรเลยก็คงไม่ได้อะไรเลยเหมือนกัน

        ปล. ถ้าจะบอกว่าใครเรียนอะไรมาแล้วห่างไกลกับตลาดหุ้น ไม่ต้องเถียงกันครับ เอาเป็นว่าผมชนะเลยแล้วกัน อย่าให้บอกว่าเรียนอะไร แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับตลาดเลย ฮาาา (รับประกันว่าแพ้ฮงกับพี่ Picastos ราบคาบ)

        ดังนั้นมือใหม่คนอื่นๆที่พยายามเริ่มต้นอยู่แล้วคิดว่ามันยากจังไม่คุ้นเลย อย่าไปกลัวครับ ความตั้งใจจริงสำคัญที่สุด 😀

  24. ขอบคุณครับ จะตั้งหน้าตั้งตาศึกษาต่อไปครับ

  25. ake3004 said

    Like kab.

  26. littleDuck said

    คุณฮง จะมีเปิดคอร์สสอนอีกเมื่อไหร่ครับ คราวที่แล้วพลาดไป
    ถ้ามีเปิดคอร์สสอนอีก ไม่พลาดแน่นอนครับ

  27. ขอโทษนะครับพี่พี่ ที่แสดงความเห็น
    ผมเรียนช่างมา(วิศวะ) แต่ชอบทำงานการตลาด ทำมาตั้งแต่เรียนจบ จนรู้สึกอิ่มตัว
    พอวันนึงคิดอยากจะทำธุรกิจ แต่ไม่มีทุน ทำเล พนักงาน เลยรู้สึกว่าทางตันหมดหวัง
    แต่งานที่ผมทำ คืองานขาย เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทในอุตสาหกรรม และประเมินสถานการทางการตลาดเพื่อขยายกิจการ จากที่ทำงานบริษัท มาเรื่อยๆ การประเมินของผม ผิดพลาดน้อย ลงเรื่อยๆ จนบางงานก็ไม่พลาดเลย อธิบายมากไม่ดีเดี๋ยว น่าเบื่อ

    ผมได้คิดอยู่พักใหญ่ๆ ว่าผมจะทำ ธุรกิจอะไรดี วันนึงผมจึงได้ยินเสียงแว่วเข้าหู คำว่า “หุ้น” ผมเลยอยากลองศึกษาดู จากที่ พี่ฮง พูดว่า หุ้น ใช้ความรู้และฝีมือ ซึ่งที่ผมเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เขาบอกเหมือนเล่นหวยนั่นแหละ สรุปแล้ว มันใช้ดวงหรือ ความรู้
    เพราะถ้าเป็นเหมือนพี่ ฮง พูด ผมจะตัดสินใจทำ เพราะมันคล้าย งานที่ผมทำ สมัยเรียน วิชาที่ผมเรียนดี และชอบเข้าเส้น คือคณิต พวกเกี่ยว การวิเคราะห์ กราฟและฟังก์ชัน
    ขอบคุณครับ และขอโทษด้วยถ้าเนื้อหาไม่เหมาะสม

  28. โดนอ่ะ คุณฮงคิดค่าคอร์สถูกมากแล้วคับ ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยแล้วเปิดพอร์ตเล่นหุ้นเลยเสียมากกว่าค่าคอร์สเยอะคับ เอิ๊กๆๆๆๆ

  29. navapon said

    คุณฮงเป็นคนดัง ก็จะมีบุคคลทั่วไปสนใจมาก เรื่องมีคนมาถามแปลกๆเหมือนมาดูถูกมาตบหน้าเรามันก็คงต้องเจอแหละครับ เพราะคนมีหลายแบบ ผมเป็นกำลังใจให้ครับ เข็นควายขึ้นภูเขาอาจจะยากไป คุณฮงอย่าพยายามและอย่าไปสนใจเลยครับ ถ้าคนไหนไม่มีแววก็ไม่ต้องไปชักจูงมาก คนอยากเรียนกับคนฮงมีอีกมากเยอะแยะไป ผมก็อีกคน และขอแนะให้คุณฮงรักษาภาพพจน์ด้วยนะครับ อย่าไปโกรธคนถามเขาเลย คนเขาคิดได้แค่นั้นจริงๆ ระบายในเวปก็พอแล้ว อย่าไปด่าหรือตบหัวเขาจริงๆล่ะ เดี๋ยวจะมีคนไม่ชอบ

    • hongvalue said

      ตอบคุณ navapon เดี่ยวนี้ผมไม่ใส่ใจแล้วล่ะครับ ผมถือว่าชีวิตใครก็ของคนนั้น ทำไมเราต้องไปหัวเสียกับทัศนคติและความเชื่อของคนอื่น ผมว่ามันไม่ใช่เรื่อง ตอนนี้ถ้าใครถามหรือพูดอะไรไม่เข้าหูผม ผมก็แค่ไม่ตอบเขาก็แค่นั้นเอง

      ส่วนเรื่องตบหัวก็พูดไปงั้นแหละครับไม่เคยทำจริงๆหรอกแค่พูดให้เห็นภาพเฉยๆเอง

      ส่วนเรื่องแนะนำให้รักษาภาพพจน์ก็ขอบคุณมากครับ

  30. patgamon said

    โดดดดดดดดดดดดดดดดดดดน!! อ่านหัวข้อนี้แล้วได้อะไรเยอะจริงๆ ทำให้รู้ว่าต่อไปเราควรจะต้องพยายามให้มากกว่าที่เป็นอยู่มากๆ

  31. รักนานๆมีแต่เธอ said

    ส่วนหนูรักนานๆก้อยากเล่นหุ้นเหมือนกันแต่ไม่รู้จะเริ่มกันตรงไหนพอมาอ่านแล้วเกิดความรู้อยากจะพยายามให้มากกกเลยแล้วเรียนกันที่ไหนที่แล้วสำหรับหนูรักนานๆแล้วการเริ่มต้นแบบไหนดี ฝากเนื่อฝากตัวด้วยนะค่ะ

  32. อ่านแล้วเข้าใจอารมณ์เลยค่ะ เพิ่งศึกษาเรื่องหุ้นไม่นานเหมือนกัน เพื่อนที่ทราบก็มักจะถามว่าได้เงินแยะหรือยัง เมื่อไหร่จะรวย เล่นด้วยคนดิ ซื้อตัวไหนดี …
    เราก็บอกว่าเรายังเพิ่งเริ่มศึกษา ต้องอ่านหนังสือแยะ ต้องดูงบการเงิน อ่านรายงานประจำปี อ่านๆๆๆๆ นี่ก็ยังงูๆ ปลาๆ อยู่เลย
    เพื่อนบอก… อ้าว มันยากขนาดนั้นเลยหรอ?
    เพราะภาพของการลงทุนในหุ้นที่คนอื่นมอง มันแค่เปิดพอร์ตซื้อ-ขาย แล้วก็กำไร
    บางทีก็เหนื่อยที่จะอธิบายคนรอบข้างเหมือนกัน 🙂

  33. ice... said

    ผมอยากลองเล่นหุ้นดูบ้าง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี และควรจะหาหนังสือแบบไหนมาอ่านก่อนดี ใครที่รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ จะขอบคุณมากๆ

  34. ice... said

    ถ้าไม่ลำบากจนเกินไปส่งเข้า mail ผมจะขอบคุณมากครับ.
    panyavisikul_ice@hotmail.com

  35. พี่ฮงพูดตรงดีคับ จะจดจำไปปรับปรุงตัวเองครับผม

  36. นิดหน่อย said

    ที่คุณฮงบอกก็จริงนะ ไม่มีอะไรได้มาฟรีหรอกคะ ของฟรีไม่มีในโลกหรอก ให้กำลังใจสู้ๆนะคะ

  37. lion said

    การลงทุนเพื่อให้ได้ความรู้ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างแน่นอนที่สุด

  38. น้ำ said

    อยากเรียนรู้เรื่องหุ้นมากค่ะแต่จับต้นชนปลายไม่ถูกเลยไม่รู้จะเริ่มตรงไหนยังๆไงบ้างคือตอนนี้อายุ 18 ปี ค่ะ ไม่ใช่แค่เพ้อฝันนะแต่อยากรู้จริงๆๆค่ะว่าต้องเริ่มต้นยังไงหาอ่านในอินเทอร์เน็ตก็ไม่เข้าใจค่ะ

  39. ครับใหนๆก้อ่าน text book แปลมาแล้วก้ทำเป็นภาษาไทยเล่มราคาถูกๆ ขายให้อ่านบ้างนะครับ ก็อยากจะรู้บ้างว่าคนรวยเขาอ่านอะไรกันมาบ้าง จะได้ไปอ่านด้วย เข้าใจด้วย คือแปลเองไม่ค่อยจะจบเรื่องจบเล่ม พูดตรงๆแปลแล้วงงตั้งแต่บรรทัดแรกๆเลยครับ แปลขายแล้วจะอุดหนุนซื้อทุกเล่มเลย ตอนนี้ก็ซื้อใน ipad มาอ่านแทบทุกเล่มละ เหลือแค่อ่านทุกเล่มที่ซื้อมานี่ละ คิดอยู่ว่าจะอ่านเล่มไหนดี น่าอ่านทั้งนั้นเลย

  40. Por said

    สหวัดดีครับพี่ๆทุกคน. ผมพึ่งอายุได้16ปีอะครับผม อยากได้คนให้คําปรึกษาซะหน่อยอะครับผม ชอบการเล่นหุ้นการลงทุ้นมากครับ. ใครที่สามารถให้คําปรึกษาได้ช่วยตอบด้วยนะครับ

  41. Chonlathorn said

    บทความดีมากๆเลยครับ
    เปนธรรมดาครับเพราะคนส่วนใหญ่บนโลกนี้ ทํางานโดยการเอาแรงไปแลกเงินมา ก็จะมีธีคิดวิธีการตัดสินใจแบบเดิมๆ แล้วพออยากกระโดดเข้ามาทํางาน แบบนักลงทุนอยากมีfinancial freedom ก็ยังมีวิธีคิดแบบเดิมๆ อยู่ก็เจ๊งสิครับ

    • yui said

      ชอบบทความนี้ และคำตอบนี้มากค่ะ เห็นด้วยสุดๆไปเลย

      เพราะจริงๆตอนนี้คนทำงานแลกเงินยังไม่เข้าใจว่าการมีfinancial freedom ก็เหมือนกับเปลี่ยนจาก ปลูกถั่วงอก มาเป็นปลุกมะม่วง

      ัยังคงติดว่าพรุ่งนี้มะม่วงต้องมีลูกโตๆ ให้ผลเยอะๆให้ เหมือนตอนปลูกถั่วงอก ที่ปลูกวันนี้วันถัดไปได้ต้นถั่วงอกเก็บกินได้เลย แต่ต้องปลูกกินเรื่อยๆ ไม่เหมือนมะม่วงที่โตช้าๆ ถ้าเมื่อโตเต็มที่เราก็แค่รอเก็บผลมะม่วงกิน ไม่ต้องไปปลูกใหม่ทุกสัปดาห์

  42. guitar said

    เคยเห็นสื่อในเนทมาครั้งหนึ่ง ว่าเรียนครั้งเดียว แล้วหากินได้ ตลอด แต่มาอ่านบอร์ดนี้แล้วบอกว่าต้องมีการเรียนรู้อีก จิงๆลึกๆมีอะไรมากกว่านี้เรอะครับ ไม่ใช่ไรหรอก ผมอยากมาเล่นหุ้นจิงๆ เพราะทำอะไร ไม่เวิร์ค เครือข่ายก้อน่าเบื่อ ครับ

  43. HitsugayA said

    สวัสดีครับพี่ฮงและพี่ๆทุกคน ตอนนี้ผมศึกษาหุ้นมาระยะนึงแล้ว ส่วนมากก็จะอ่านหนังสือแปลที่มีในตลาด เพราะผมเป็นคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษมากๆ ที่อ่านๆมาส่วนมากจะได้หลักการในการลงทุนมากกว่า ผมก็มาคิดว่าอยากจะจริงจังซักที พี่ฮงกับพี่ๆท่านอื่นมี หนังสือหรือคอร์สอบรมแนะนำผมมั้ยครับ ผมคิดว่าจะเล่น
    แนวviครับ ตอนนี้ที่เห็นในเว็ปของtsi และสนใจจะเป็น คอร์ส Turn Pro Package 1 คอร์สนี้เป็นยังไงมั่งครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกความเห็นครับ

  44. phansaza said

    ผมเพิ่งสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงศึกษาหาข้อมูล

    ผมควรเริ่มต้นที่จุดไหนก่อนครับ แล้วหลังจากไหนควรศึกษาอะไรต่อ หรือ

    ทำยังไงต่อ

  45. ติม said

    อยากทำบ้างเหมือนกันค่ะ แต่อ่านกี่เล่มๆก็ งง มีเงินอยู่หยิบมือเล็กๆปต่เป็นเงินเย็นนะค่ะ เลยอยากลองดูแต่ไม่เข้าใจหลักการของพวกนี้เลย ยิ่งกราฟนะบายจ๊ะไม่เข้าใจ แต่ก้อยายามอยู่ฮาๆ แต่เหนด้วยค่ะกับบทความนี้

  46. Hoon said

    ข้อมูลมีประโยชน์ครับ

  47. Terii said

    เพิ่งเริ่มเล่นมา2ปีกว่าๆครับ มักจะมีเพื่อนมาถามได้กำไรมั้ยได้เท่าไหร่
    พอเห็นว่าเราได้กำไรก็จะพวกแบบว่า เปิดพอร์ทฝากให้เล่นให้ได้มั้ย
    ,,,,
    อันนี้ก็จะสบายไปนะครับ 5555

  48. aum said

    ผมอยากเรียนมากแต่ไม่มีคนสอน ไห้คนทางบ้านส่งหนังสือมาให้เพราะผมทำงานอยู่เมืองนอกไม่ได้ทำงานหรูหราอะไรนะ โรงงานนี่แหละคับ กะว่ากลับไปนี่แหละคับจะไปเล่น เลยอยากศึกษาดู แนะนำด้วยนะคับ

  49. พลอยทองล้อมเพ็ชร์ said

    ปรึกษาค่ะ
    ครอสเริ่มต้นต้องอบรมที่ไหนค่ะ

    • hongvalue said

      ผมแนะนำคอร์สของ สมาคม thaivi ครับ
      เพราะเป็นคอร์สที่คนเล่นหุ้นแล้วประสบความสำเร็จจริงมาสอน
      คอร์สของหลายที่ดูแล้วยังจับต้องไม่ได้ว่าผู้สอนประสบความสำเร็จไหม
      ดูเป็นแนวอยากหารายได้จากการสอนเป็นหลักมากกว่าครับ

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: